
ด่วน! “สิงเทล“ ทำบิ๊กล็อต GULF กว่า 2.4 หมื่นลบ. จับตาสถาบันซื้อพรึบ! รับอนาคตโตยาว
“สิงเทล” ทำบิ๊กล็อต GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น มูลค่าราว 2.49 หมื่นล้านบาท ที่ราคา 58.80–60 บาท/หุ้น คิดเป็น 2.78% ของหุ้นทั้งหมด จับตาสถาบันซื้อพรึบ! รับอนาคตโตยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 22 มิถุนายน 2569 เกิดธุรกรรมขนาดใหญ่ในตลาดทุนไทย หลังมีการเปิดเผยเอกสารเสนอขายหุ้นบิ๊กล็อต (Joint Bookrunner Secondary Shares Placement Launch) โดยระบุว่า Singtel Global Investment Pte. Ltd. บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ในภูมิภาค ได้เสนอขายหุ้นเดิม (Secondary Shares) ของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จำนวนทั้งสิ้น 416 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.78% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ Bloomberg
สำหรับธุรกรรมการทำรายการบล็อกเทรดดังกล่าว มีรายละเอียดสำคัญทางการเงิน ได้แก่ ราคาเสนอขายอยู่ที่ 58.80–60.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นส่วนลดประมาณ 2.04%–4.00% จากราคาปิดของหุ้น GULF ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 61.25 บาท ขณะที่มูลค่ารวมของรายการประเมินอยู่ที่ประมาณ 24,460.8–24,960 ล้านบาท หรือราว 744.37–759.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ UBS ซึ่งทำหน้าที่เป็น Joint Bookrunners ร่วมกัน
แหล่งข่าวทางการเงินระบุเพิ่มเติมว่า รายการดังกล่าวเป็นการเสนอขายภายใต้ข้อกำหนด Regulation S (Reg S) และ Rule 144A โดยจำกัดการเสนอขายแก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้น พร้อมย้ำว่าเป็นการขายหุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มิใช่การออกหุ้นใหม่เพื่อเพิ่มทุนของ GULF ส่งผลให้เม็ดเงินจากการขายทั้งหมดตกเป็นของกลุ่ม Singtel โดยตรง และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านการลดสัดส่วนมูลค่าหุ้น (Price Dilution)
นอกจากนี้ กลุ่ม Singtel ในฐานะผู้ขาย ยังได้ตกลงเงื่อนไขห้ามขายหุ้นเพิ่มเติม (Lock-up Period) เป็นระยะเวลา 90 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดและลดแรงกดดันต่อราคาหุ้น GULF ในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน มีการประเมินว่าผู้ซื้อในรายการดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ (Institutional Investors) รวมถึงนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth Individuals) โดยมองเป็นการลงทุนระยะยาวในบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีบทบาททั้งในธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และการขยายสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และเทคโนโลยี ซึ่งถูกมองว่าเป็นแหล่งการเติบโตใหม่ (New S-Curve) ของบริษัทในอนาคต
สำหรับไทม์ไลน์ของธุรกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เป็นการเปิดและปิดรับคำสั่งซื้อ (Bookbuilding) ภายในเวลา 21:00 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เป็นวันทำรายการซื้อขายผ่านกระดานรายใหญ่ (Trade Date) และวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เป็นวันส่งมอบหลักทรัพย์และชำระราคา (T+2)

