
บัวหลวงชู KGEN-MGC กำไรพุ่ง 20–30% รับแรงหนุน EV ไทย
บล.บัวหลวง ปิดคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ “ซื้อ” KGEN และ MGC หลังสร้างผลตอบแทนราว 20–30% ภายใน 11 วันทำการ โดยให้ราคาเป้าหมาย KGEN ที่ 2.7 บาท และ MGC ที่ 8 บาท รับปัจจัยหนุนจากแนวโน้มอุตสาหกรรม EV และการเติบโตของธุรกิจใหม่
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้ออกคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ “ซื้อ” หุ้นบริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN และบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC โดยกำหนดราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 2.20 บาท และ 8.00 บาท ตามลำดับ
ทั้งนี้หุ้น KGEN ราคาเพิ่มขึ้นแตะเป้าหมายได้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ขณะที่ MGC ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 7.60 บาท เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ใกล้เคียงเป้าหมายที่ 8.00 บาท ส่งผลให้บล.บัวหลวงตัดสินใจปิดคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ทั้งสองตัว หลังสร้างผลตอบแทนราว 20–30% ภายในระยะเวลาเพียง 11 วันทำการ ซึ่งสูงกว่าดัชนี SET ที่ปรับลดลงราว 2% ในช่วงเดียวกัน
บล.บัวหลวงระบุว่า ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของทั้งสองหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการออกบทวิเคราะห์ สะท้อนความสนใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การปิดคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ไม่ได้หมายความว่าแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สิ้นสุดลง โดยมองว่าปัจจัยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ในประเทศไทย
MGC: แนวโน้มเป้าหมาย 8 บาทยังเปิดกว้าง
บล.บัวหลวงคาดว่าโมเมนตัมกำไรของ MGC ในไตรมาส 2 ปี 2569 จะยังต่อเนื่องใกล้เคียงไตรมาส 1 ซึ่งเติบโตราว 6 เท่าจากปีก่อน แม้นักลงทุนในตลาดบางส่วนมองว่ากำไรอาจถึงจุดสูงสุดในไตรมาสดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่ายังมีปัจจัยสนับสนุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ BMW iX3 ภายใต้แพลตฟอร์ม Neue Klasse ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายของ BMW รวมถึงโอกาสจากการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งอาจหนุนธุรกิจการขายรถลูกค้ากลุ่มองค์กร โดย MGC เคยเป็นพันธมิตรด้านยานยนต์อย่างเป็นทางการในงาน APEC 2022
บล.บัวหลวงยังคงประเมินว่าเป้าหมายราคา 8.00 บาทยังมีความเป็นไปได้ โดยอิงกำไรหลักปี 2569 ที่คาดไว้ราว 900 ล้านบาทถึง 1,000 ล้านบาท และใช้ค่า PER ระยะสั้นที่ 10 เท่า โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 6.50 บาท
KGEN: เป้าหมาย 2.7 บาทจากแรงหนุน EV และธุรกิจใหม่
สำหรับ KGEN บล.บัวหลวงมองว่าบรรยากาศเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม EV อาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากแนวทางมาตรการสนับสนุนรอบใหม่ของภาครัฐ ภายใต้แพ็กเกจการเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยรวมถึงมาตรการอุดหนุนสินเชื่อรถยนต์ EV การชดเชยโดยตรง หรือการสนับสนุนอัตราดอกเบี้ย
หลังจากการเข้าเยี่ยมชมโรงงานล่าสุด บริษัทฯ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของ KGEN โดยคาดว่าธุรกิจใหม่จากแบรนด์ OMODA & JAECOO (OJ) รวมถึงแบรนด์ใหม่อย่าง Chery และ Farizon จะช่วยเพิ่มแรงหนุนต่อรายได้ โดยเฉพาะการขยายตลาด EV เชิงพาณิชย์
ทั้งนี้ Chery ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ Chery Q และมียอดจองล่วงหน้ามากกว่า 3,000 คันในไทยก่อนประกาศราคา ขณะที่ยอดจองในจีนมีมากกว่า 50,000 คันในวันเปิดตัว ส่วน Farizon คาดว่าจะขยายตลาดในไทย โดยเน้นลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่
บล.บัวหลวงประเมินว่า หาก KGEN สามารถสร้างรายได้จากโรงงานผลิตระดับ 22,000 ล้านบาท และรายได้จาก Farizon อีก 2,000 ล้านบาท พร้อมอัตรากำไรสุทธิ 2% จะทำให้กำไรอยู่ที่ราว 400 ล้านบาท และเมื่อประเมินด้วยค่า PER 15 เท่า จะสะท้อนมูลค่าที่ระดับ 2.70 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 2.00 บาท
ทั้งนี้ บล.บัวหลวงยังคงมองว่า แม้จะปิดคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ในระยะสั้น แต่แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ในประเทศไทยยังคงมีปัจจัยเชิงโครงสร้างรองรับในระยะยาวต่อไป

