
KTB ชี้บอนด์ผวนสูง แนะสะสมรับยีลด์เด้งเหนือ 4.50%
KTB ชี้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงสู่ 4.40% ตามทิศทางราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ขณะที่มองเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในปีนี้ ก่อนเริ่มลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า แนะทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวเมื่อยีลด์ปรับขึ้นเหนือ 4.50% ส่วนทองคำยังแกว่งใกล้ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 4.40% สอดคล้องกับการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบ หลังสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) เริ่มกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ลงทุนทยอยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อและปรับลดคาดการณ์โอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
อย่างไรก็ตาม มองว่าทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังคงมีความเสี่ยงทั้งขาขึ้นและขาลง (Two-way Risk) โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของ FED ในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐฯ และไทย โดยเฉพาะในช่วงที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% เนื่องจากหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายได้ตามคาด และอัตราเงินเฟ้อรวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะกลางของสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ FED อาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2026 ก่อนทยอยปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2027 ในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 4 ซึ่งเป็นมุมมองที่แตกต่างจาก Dot Plot ล่าสุดของ FED และการคาดการณ์ของตลาดในปัจจุบัน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องตลอดปีนี้และปีหน้า
สำหรับตลาดเงิน เงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีจังหวะอ่อนค่าตามการลดลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังนักลงทุนลดคาดการณ์โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่ม AI และ Semiconductor ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และช่วยหนุนแรงซื้อเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวบริเวณ 101.5-101.8 จุด
ด้านราคาทองคำ แม้การลดลงของราคาน้ำมันและการปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ FED จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัว แต่ความกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor ทำให้นักลงทุนบางส่วนลดการถือครองทองคำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและบริหารความเสี่ยง ส่งผลให้การปรับขึ้นของราคาทองคำยังถูกจำกัด โดยราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม 2026 ยังคงเคลื่อนไหวบริเวณระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

