
WTI เด้ง 2% หลังเรือสินค้าถูกโจมตีใกล้โอมาน หวั่นอุปทานผ่านฮอร์มุซสะดุด
น้ำมันโลกปิดเด้งกว่า 2% หลังเหตุเรือสินค้าถูกโจมตีใกล้โอมาน ฉุดความกังวลอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาอีกครั้ง ขณะที่ตลาดจับตาผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาหลังเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 มิ.ย.69) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 (ตามเวลาสหรัฐฯ) หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดบริเวณนอกชายฝั่งประเทศโอมาน ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วนต้องหยุดชะงัก และสร้างความกังวลต่อนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอีกครั้ง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.25% ปิดที่ 71.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 2.06% ปิดที่ 75.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
รายงานระบุว่า องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ได้ระงับปฏิบัติการนำทางเรือและการอพยพลูกเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีรายงานเหตุโจมตีเรือสินค้าบริเวณใกล้โอมาน ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าความพยายามลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเผชิญความไม่แน่นอน
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงโจมตีเรือสินค้าลำดังกล่าวขณะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่าจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเรือที่เดินเรือนอกเส้นทางที่กำหนดในช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ ศูนย์ความมั่นคงทางทะเลของโอมาน (MSC) เปิดเผยว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เรือทุกประเภทสามารถใช้เส้นทางได้โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง ภายใต้ความร่วมมือของ IMO พร้อมทั้งมีแผนอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คนที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ
เหตุโจมตีเรือสินค้าดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันฟื้นตัว หลังจากปรับลดลงในวันก่อนหน้า เนื่องจากข้อมูลการเดินเรือบ่งชี้ว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันสามารถกลับมาใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้น ภายหลังการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้การขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาผลกระทบด้านอุปทานจากเวเนซุเอลา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ระลอกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยคาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจกระทบต่อการผลิตและการส่งออกน้ำมันของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
