
“บิ๊กซี” ผนึก KEX รุกหนักครึ่งปีหลัง ขยายจุดรับ-ส่งพัสดุทะลุ 1,700 แห่ง
Big C จับมือ KEX ต่อเนื่องปีที่ 7 ขยายจุดรับ-ส่งพัสดุทะลุ 1,700 แห่ง ครอบคลุมกว่า 99.99% ของประเทศ รองรับการเติบโต Social Commerce พร้อมหนุนผู้ค้าออนไลน์และ SME เข้าถึงบริการโลจิสติกส์สะดวกยิ่งขึ้น
บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “Big C” ซึ่งอยู่ในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ยกระดับความต่อเนื่องในการเป็นพันธมิตรกับ บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ก้าวสู่ปีที่ 7 อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้กลยุทธ์ “Cross-Category Partnership” พร้อมปูพรมขยายจุดบริการรับ-ส่งพัสดุร่วมกันทั่วประเทศให้ทะลุ 1,700 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้เครือข่ายบริการครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 99.99% ของประเทศไทย
โดยการผนึกกำลังในครั้งนี้ เป็นการนำพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ Big C ทั้งในรูปแบบ Hypermarket, Supercenter และ Big C Mini มาเป็นจุดยุทธศาสตร์การรับส่งพัสดุที่สำคัญ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดการพัสดุควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกัน พื้นที่ของ Big C ยังช่วยผสานโมเดลธุรกิจแบบ Asset-Light ของ KEX ให้ขยายเครือข่ายบริการได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ (Logistics Optimization) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และขับเคลื่อนการเติบโตของปริมาณพัสดุ (Volume Growth) ผ่านฐานลูกค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้ามาใช้บริการที่ Big C ในชีวิตประจำวัน
สำหรับทิศทางดังกล่าวสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยข้อมูล social commerce ในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีมูลค่าถึง US$5.2 พันล้านในปี 2026 ท่ามกลางผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อผ่านรีวิว วิดีโอสั้น ไลฟ์ขายสินค้า และแคมเปญโปรโมชันขนาดใหญ่อย่าง 9.9, 10.10, 11.11 และ 12.12 เครือข่ายพื้นที่สาขาที่แข็งแกร่งของ Big C จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Core Infrastructure) ที่จะช่วยรองรับการทะลักของปริมาณพัสดุในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งได้อย่างไร้รอยต่อ และช่วยให้ KEX เป็นตัวเลือกแรกของผู้ค้าขายออนไลน์
นางสาวปวีณรัช นุตสติ รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการเงินกลุ่มบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า Big C มุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าศูนย์การค้าหรือสถานที่ชอปปิง แต่เป็น ‘ศูนย์กลางของชุมชน’ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในชีวิตประจำวันของลูกค้า (Neighborhood Center) ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายสินค้า รับประทานอาหาร ใช้บริการทางการเงิน หรือส่งพัสดุในจุดเดียว ความร่วมมือกับ KEX ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้สะดวกและครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยบริการส่งพัสดุถือเป็นอีกหนึ่งบริการสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้บริโภคทั่วไป พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และผู้ประกอบการรายย่อย
การขยายจุดให้บริการครอบคลุมทุกฟอร์แมตของบิ๊กซี ตั้งแต่ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ไปจนถึงบิ๊กซี มินิ ใกล้บ้าน จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และใช้ชีวิตได้คล่องตัวมากขึ้น พร้อมสัมผัสประสบการณ์ ‘One Stop Service’ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง
ทางด้านคุณสตีเฟ่น บาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การผนึกกำลังกับ Big C ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาคือหัวใจสำคัญในการสร้าง Service Ecosystem ที่เข้าถึงใจคนไทยและหยั่งรากลึกเข้าไปในระดับชุมชน ในปี 2569 นี้ การขยายจุดให้บริการร่วมกันทุกสาขาทะลุกว่า 1,700 แห่ง ไม่เพียงแต่เป็นการขยายสเกลธุรกิจอย่างก้าวกระโดด แต่ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและซัพพลายเชนของ KEX ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทำให้เรามีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมในการรองรับเม็ดเงินและปริมาณพัสดุจากตลาด Social Commerce ที่กำลังเติบโตอย่างมหาศาล ยืนยันตำแหน่งผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนที่คุ้มค่า รวดเร็ว และเข้าถึงง่ายที่สุดในไทย
นอกจากด้านการขยายเครือข่าย ทั้งสององค์กรยังเตรียมเปิดตัวแคมเปญการตลาดเชิงรุกร่วมกันในครึ่งปีหลัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นผ่านสิทธิประโยชน์และกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก Big Point และ KEX Club โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ให้สามารถเข้าถึงบริการขนส่งที่ได้มาตรฐานและคุ้มค่าที่สุด เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยอย่างรอบด้าน
สำหรับการก้าวสู่ปีที่ 7 ของความร่วมมือระหว่าง Big C และ KEX ในครั้งนี้ จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการขยายจำนวนจุดให้บริการ แต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านค้าปลีกและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง เข้าถึงได้ และพร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว ผ่านการยกระดับความสะดวกให้ใกล้ชิดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ ร้านค้าออนไลน์ และชุมชนทั่วประเทศให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน สู่การเป็น E-commerce Hub ที่สร้างคุณค่าให้ทั้งภาคธุรกิจ ผู้บริโภค และสังคมไทยในอนาคต

