
WTI ร่วง 8 เหรียญ หลัง “เดโมแครต” ชนะเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ลุ้นสงครามอิหร่านยุติเร็ว
ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วง 7.97 ดอลลาร์ ปิดที่ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ลดลง 8.98 ดอลลาร์ ปิดที่ 94.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังพรรคเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา นักลงทุนคาดเพิ่มโอกาสยุติสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านได้เร็วขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 7.97 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 8.98 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 94.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569
สำหรับปัจจัยหลักมาจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา หลังพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้สามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส โดยนักลงทุนประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางการเมืองดังกล่าวอาจนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Financial Times ว่า สหรัฐฯ ยังไม่มีแผนโจมตีอิหร่านในขณะนี้ พร้อมยอมรับว่าการทำสงครามกับอิหร่านเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้
ด้านนักวิเคราะห์จาก BOK Financial ประเมินว่า การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสอาจส่งผลให้การใช้จ่ายทางการทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงอาจส่งผลให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากข้อมูลปริมาณการส่งออกน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย Vortexa ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลติดตามเรือ รายงานว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบ คอนเดนเสท และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ไม่รวมก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับในเดือนตุลาคม 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 17.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 18.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน
นอกจากนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ลดลง 0.9 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 409.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

