CGSI ชี้ SET ไปต่อ รับเดโมแครตชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ ชู MTC-AP เด่น

CGSI ประเมิน SET มีโอกาสปรับขึ้น รับเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภาสหรัฐฯ หนุนบอนด์ยีลด์ลดลงและเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ วางกรอบดัชนี 1,470–1,520 จุด แนะซื้อ MTC-AP


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) วันนี้ (5 พ.ย. 2569) มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และสามารถครองเสียงข้างมากทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระดับหนึ่ง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ 1,470–1,520 จุด

ทั้งนี้ การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา อาจส่งผลให้การผลักดันแผนการใช้จ่ายภาครัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง เพิ่มโอกาสที่เงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงตลาดหุ้นไทย

สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลง ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ AP และ SPALI กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC และ BGRIM รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ MTC และ SAWAD เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์อาจได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ โดยเฉพาะแรงกดดันที่อาจเกิดขึ้นต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก ซึ่งยังมีความผันผวนต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวม

ด้านภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันพุธ (4 พ.ย.) หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง และกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 53,356.12 จุด เพิ่มขึ้น 1,569.40 จุด หรือ 3.03% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,688.62 จุด เพิ่มขึ้น 119.70 จุด หรือ 1.58% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,736.51 จุด เพิ่มขึ้น 364.50 จุด หรือ 1.44%

ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน โดยดัชนีหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ประกอบกับหุ้น Novo Nordisk ผู้ผลิตยา Wegovy ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี

ส่วนตลาดน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังนักลงทุนประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในสภาคองเกรสอาจเพิ่มโอกาสให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยุติลงเร็วขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 7.97 ดอลลาร์ หรือ 8.29% ปิดที่ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนมกราคม ลดลง 8.98 ดอลลาร์ หรือ 8.67% ปิดที่ 94.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ส่งผลให้สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 132.60 ดอลลาร์ หรือ 3.37% ปิดที่ 4,073.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำหุ้นเด่น 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC โดยแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มกำไรปกติต่อหุ้นที่คาดว่าจะเติบโตแข็งแกร่งในอัตรา 13.4–15.0% ในช่วงปี 2569–2571 ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ทรงตัวตลอด 4 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยกำหนดจุดทำกำไร (Take Profit) ที่ 30.50 บาท และจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 28.75 บาท

ส่วน บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP แนะนำ “ซื้อ” จากมุมมองเชิงบวกต่อยอดขายรอโอน (Presales) และแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงความชัดเจนในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่อาจสูงกว่าคาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้น โดยกำหนดจุดทำกำไรที่ 8.00 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 7.65 บาท

Back to top button