
TAE พลิกกำไร Q3 แตะ 57 ล้านบาท รับยอดขายเอทานอลพุ่ง-บริหารต้นทุนดี
TAE รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 พลิกกำไรอยู่ที่ 57.08 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 7.43 ล้านบาท รับปริมาณและราคาขายเอทานอลเพิ่มขึ้น หนุนรายได้โต 45.58% พร้อมควบคุมต้นทุนและลดภาระดอกเบี้ย ดันกำไร 9 เดือนแตะ 282.35 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 57.08 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 7.43 ล้านบาท หรือปรับตัวดีขึ้น 64.51 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากปริมาณและราคาจำหน่ายเอทานอลที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวม 680.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 467.24 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากการขาย 676.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.47% จากปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 465.35 ล้านบาท ตามปริมาณและราคาจำหน่ายเอทานอลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงรายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 3.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.60% จากปีก่อนที่ 1.89 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้จากการจำหน่ายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทมีต้นทุนขาย 566.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.84% จากปีก่อนที่ 436.06 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณจำหน่ายเอทานอลและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการขายในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนขาย ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 110.76 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 29.29 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 16.36% จาก 6.29% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 40.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.28% จากปีก่อนที่ 26.28 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งเอทานอลและค่าใช้จ่ายของโรงงานจากการหยุดผลิตชั่วคราวที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 47.20% เหลือ 7.44 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 14.09 ล้านบาท หลังบริษัททยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการพลิกกลับมาทำกำไรในไตรมาสดังกล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 282.35 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 30.86 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,954.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.32% จากปีก่อนที่ 1,534.86 ล้านบาท ตามปริมาณและราคาจำหน่ายเอทานอลที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการควบคุมต้นทุน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 443.90 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 65.55 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 22.94% จาก 4.32%
นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้อื่นในงวด 9 เดือนแรกจำนวน 19.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.37% จากปีก่อนที่ 15.82 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการได้รับชำระเงินค่าซื้อมันเส้นที่บริษัทจ่ายล่วงหน้า พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาจากการบังคับคดี ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 30.97% เหลือ 29.44 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 42.65 ล้านบาท หลังชำระคืนเงินกู้ยืม ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บริษัทคาดว่าความต้องการใช้เอทานอลจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากช่วงฤดูกาลเดินทาง (High Season) และกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่างแก๊สโซฮอล์ E10 (95) และ E20 เป็น 5.75 บาทต่อลิตร ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการใช้ E20 ขณะที่ราคากากน้ำตาลคาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากอยู่ในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูหีบอ้อยใหม่ บริษัทจึงมุ่งบริหารต้นทุนวัตถุดิบและปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในช่วงปลายปี

