
สผ.แจงชัด! ยังไม่อนุมัติสร้าง “อ่างเก็บน้ำวังโตนด” ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใสตามกฎหมาย
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สยบกระแสข่าวลือยืนยันยังไม่มีการอนุมัติหรือเพิกถอนป่าอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด ชี้แจงกระบวนการปัจจุบันเป็นเพียงขั้นตอนการให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น พร้อมส่งสัญญาณถึงกรมชลประทานต้องทบทวนปรับลดขนาดพื้นที่โครงการเพื่อเซฟแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์ป่าและจัดทำประชาพิจารณ์ฟังเสียงประชาชนอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายก่อนเสนอ ครม. เคาะอีกครั้ง
นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติอนุญาตให้ใช้พื้นที่หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพื่อดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด โดยยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงทางกฎหมายอย่างมาก เนื่องจากทางกระทรวงยังไม่ได้มีการอนุมัติหรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นแต่อย่างใด และสิ่งที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้เป็นเพียงการให้ความเห็นตามขั้นตอนปกติที่กรมชลประทานเสนอเรื่องผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้ประกอบการนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภาพรวมโครงการเท่านั้น ไม่ใช่การทุบโต๊ะอนุมัติให้เริ่มก่อสร้างหรือเพิกถอนป่าตามที่สังคมกำลังเข้าใจผิด
ทั้งนี้ขั้นตอนตามกฎหมายก่อนที่จะมีการขอใช้พื้นที่หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาตินั้น กรมชลประทานยังมีหน้าที่สำคัญที่จะต้องกลับไปทบทวนรายละเอียดของโครงการ พร้อมทั้งปรับลดขนาดพื้นที่ให้มีความเหมาะสมตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ยี่สิบเอ็ดมิถุนายน พุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบสี่ ซึ่งเคยพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพหรือ EHIA เอาไว้ โดยมีเงื่อนไขเหล็กที่ระบุชัดเจนว่ากรมชลประทานต้องจำกัดการใช้พื้นที่โครงการให้เหลือน้อยที่สุดและใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยจะต้องเข้าไปหารือจัดทำข้อตกลงร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อกำหนดขนาดของอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสมและส่งผลกระทบต่อผืนป่าน้อยที่สุด รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบในรายงานสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
นอกจากเรื่องการดูแลระบบนิเวศและสัตว์ป่าแล้ว ทาง สผ. ยังย้ำถึงเงื่อนไขสำคัญในมติบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ผูกพันไปถึงการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในพื้นที่ โดยกรมชลประทานจะต้องลงพื้นที่เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งต้องทำการอัปเดตและสำรวจข้อมูลของผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด ก่อนที่จะเปิดเวทีจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตราห้าสิบแปดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบ เพื่อนำชุดข้อมูลความเห็นทั้งหมดนี้มาใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้ายของคณะรัฐมนตรี ซึ่งหากผ่านเกณฑ์เหล่านี้แล้วการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ก็ยังต้องเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขอความเห็นชอบอีกครั้งจึงจะเริ่มขยับไปสู่ขั้นตอนต่อไปได้ โดย สผ. ขอยืนยันว่าการทำงานในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาแหล่งน้ำกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบคอบที่สุด