
“ดาวฟิวเจอร์” ดิ่งกว่า 500 จุด ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังจ้างงานสหรัฐพุ่งเกินคาด
“ดาวโจนส์ฟิวเจอร์” ร่วง 528 จุด หลังสหรัฐเผยจ้างงานเดือน ต.ค. เพิ่ม 165,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาด ขณะที่ว่างงานลดเหลือ 4.1% ดันบอนด์ยีลด์ปรับขึ้น ตลาดเพิ่มน้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. เป็น 76.8%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลงกว่า 500 จุดในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ภายหลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนตุลาคมที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนธันวาคม
ณ เวลา 21.22 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 528 จุด หรือ 1.02% มาอยู่ที่ระดับ 51,089 จุด ขณะที่ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 76.8% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00–4.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนตุลาคม 2569 เพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 4.2% นอกจากนี้ ยังมีการปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนเป็น 60,000 ตำแหน่ง จากรายงานเดิมที่ระบุว่าเพิ่มขึ้น 29,000 ตำแหน่ง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังมีความแข็งแกร่ง และอาจเปิดทางให้เฟดดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นและกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงจุดยืนสนับสนุนอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social หลังตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า จากความกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอาจนำไปสู่การเพิ่มความเข้มงวดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI
ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลระดับรัฐเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีดังกล่าว โดยใช้คำว่า Super Intelligence (SI) ตามแนวทางของรัฐบาลสหรัฐที่กำหนดให้หน่วยงานฝ่ายบริหารใช้คำดังกล่าวแทน Artificial Intelligence (AI)
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงติดตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และความคาดหวังต่อนโยบายดอกเบี้ยของเฟดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากข้อมูลตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการประชุมเดือนธันวาคม และเพิ่มความผันผวนให้แก่ตลาดการเงินในระยะสั้น
ข้อมูลจ้างงานเดือนตุลาคมได้รับการยืนยันจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ส่วนระดับดาวโจนส์ฟิวเจอร์และความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเป็นข้อมูล ณ เวลาที่สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงระหว่างการซื้อขาย

