“ทองโลก” ดิ่งกว่า 1% หลังดอลลาร์แข็ง-บอนด์ยีลด์พุ่ง ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองโลกปรับตัวลงแรง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐเดือน ต.ค. พุ่งเกินคาด หนุนดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ปรับขึ้น กดดันทองสปอตร่วง 1.76% ขณะที่ทอง COMEX ลดลง 1.72% นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงกว่า 1% ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด

ณ เวลา 21.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาทองคำตลาดสปอตลดลง 72.29 ดอลลาร์ หรือ 1.76% มาอยู่ที่ระดับ 4,030.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 70.90 ดอลลาร์ หรือ 1.72% มาอยู่ที่ระดับ 4,042.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทั้งนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือครองเงินสกุลอื่น ขณะที่การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำสูงขึ้น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ด้าน FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 76.8% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00–4.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม สะท้อนความกังวลว่าตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอาจทำให้เฟดมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป

ล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 4.2%

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐยังปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนเป็น 60,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 29,000 ตำแหน่ง ซึ่งยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและเพิ่มแรงกดดันต่อทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น

Back to top button