
WHART เล็งกู้ “KBANK” 1.92 พันล้าน รีไฟแนนซ์หนี้เดิม ชูดอกเบี้ยต่ำ
WHART เตรียมกู้เงินธนาคารกสิกรไทย 1,920 ล้านบาท เพื่อชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้เดิม หลังเปรียบเทียบข้อเสนอพบอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าผู้ให้กู้รายอื่น 4 ราย คาดทำสัญญา 27 พ.ย. 69 เปิดให้ผู้ถือหน่วยคัดค้านถึง 20 พ.ย.นี้
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า มีแผนจัดหาเงินกู้จำนวน 1,920 ล้านบาท จาก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้เดิมของกองทรัสต์
สำหรับภาระหนี้ดังกล่าวประกอบด้วย หุ้นกู้มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระวันที่ 4 ธันวาคม 2569 เงินกู้จากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำนวน 1,000 ล้านบาท ครบกำหนดวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569 และตั๋วสัญญาใช้เงินภายใต้สัญญากู้ยืมกับธนาคารยูโอบี จำนวน 420 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดวันที่ 6 สิงหาคม 2570
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทรัสต์มีแผนเข้าทำสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารกสิกรไทยประมาณวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 โดยระบุว่าได้เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการกู้ยืมจากผู้ให้กู้รายอื่นอีก 4 ราย พบว่าธนาคารกสิกรไทยเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ขณะที่เงื่อนไขการกู้ยืมอยู่ในระดับที่สามารถเทียบเคียงกับสัญญาเงินกู้ปัจจุบันและข้อเสนอของผู้ให้กู้รายอื่นได้
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยถือหุ้น 99.99% ในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นทรัสตีของ WHART ส่งผลให้การกู้ยืมดังกล่าวเข้าข่ายธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกองทรัสต์กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกับทรัสตี เนื่องจากธนาคารกสิกรไทยจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้และได้รับดอกเบี้ยจากกองทรัสต์
ผู้จัดการกองทรัสต์เห็นว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อกองทรัสต์และผู้ถือหน่วยทรัสต์ เนื่องจากได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้ และมีเงื่อนไขเป็นไปตามหลักการค้าปกติ (Arm’s Length Basis)
ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่ประสงค์คัดค้านการกู้ยืมเงินสามารถยื่นแบบฟอร์มคัดค้านต่อผู้จัดการกองทรัสต์ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 หากมีผู้ถือหน่วยคัดค้านรวมกันเกินกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนหน่วยทรัสต์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด กองทรัสต์จะไม่สามารถดำเนินการกู้ยืมเงินดังกล่าวได้

