BBL มั่นใจ “อินโดนีเซีย” ไม่กระทบรายได้จากต่างประเทศ “เพอร์มาตา” เรือธงสำคัญ

แบงก์กรุงเทพ (BBL) เดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศ วาง "เพอร์มาตาแบงก์" เป็นหัวหอกสร้างรายได้ พร้อมใช้เครือข่ายในเอเชียเชื่อมโยงการลงทุนเข้าสู่ไทยและอาเซียน โดยยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ไว้ที่ 2-3% และมั่นใจคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้


นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยมีธนาคารเพอร์มาตา (PermataBank) ในประเทศอินโดนีเซียเป็นธุรกิจหลัก (Flagship) ในการสร้างรายได้จากต่างประเทศของกลุ่ม หลังจากมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซียมาเกือบ 60 ปี พร้อมใช้เครือข่ายสาขาในจีน ไต้หวัน และฮ่องกง เป็นสะพานเชื่อมโยงการลงทุนเข้าสู่ไทยและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงสนับสนุนลูกค้าไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังอินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยสนับสนุนลูกค้าผ่านเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและการให้สินเชื่อในสกุลเงินท้องถิ่น เช่น เงินรูเปียห์ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่ลงทุนในต่างประเทศ

สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย มองว่า ยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว จากการมีประชากรกว่า 280 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาว ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอินโดนีเซียยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าไทยประมาณ 2 เท่า จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย ทั้งในด้านการส่งออกสินค้าและการเข้าไปลงทุนโดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และการแพทย์

ในด้านการดำเนินธุรกิจปีนี้ ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2-3% พร้อมตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ที่ประมาณ 3.5% โดยยืนยันว่าคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง แม้จะมีลูกค้าบางส่วนทยอยเข้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้ แต่ยังไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวล ขณะที่ธนาคารพร้อมสนับสนุนสภาพคล่องและช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถปรับตัวรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน

นอกจากนี้ ธนาคารยังเชื่อมั่นต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยจากการเดินหน้าปรับโครงสร้างประเทศผ่านนโยบาย “Reinvent Thailand” และการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น พลังงานสะอาด ดาต้าเซ็นเตอร์ สุขภาพและเวลเนส และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนและช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

Back to top button