
MEDEZE ตั้ง “จีพีโอ เมดีซ เอ็มพาวเวอร์” ถือหุ้น 60% ลุยผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ เปิดปี 71
MEDEZE ตั้ง “จีพีโอ เมดีซ เอ็มพาวเวอร์” ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 105 ล้านบาท ถือหุ้น 60% ลุยผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ ลดนำเข้า ปูทางสู่ Medical Hub คาดเริ่ม เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปี 2571 ปักธงรายได้ปีนี้แตะพันล้านบาท
นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจรายได้ปี 2569 จะเติบโตแตะระดับ 1,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารเซลล์ (Cell Bank) ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการดำเนินธุรกิจ หลังจากกระบวนการขออนุญาตใช้เวลานานกว่าที่คาด ส่งผลให้บริษัทสามารถเดินหน้าขยายธุรกิจได้เต็มศักยภาพ
เดิมบริษัทคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งได้รับการอนุมัติในเดือนมิถุนายน ทำให้แผนธุรกิจบางส่วนต้องเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้รับใบอนุญาต บริษัทมองว่ามีความได้เปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามข้อกำหนด จึงเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตดีกว่าไตรมาสแรก แม้ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ขณะเดียวกัน ธุรกิจเซลล์รากผมยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการรักษาด้วยเทคโนโลยีเซลล์ให้กับแพทย์เป็นหลัก หลังประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่ายในกรุงเทพฯ ปัจจุบันได้เริ่มขยายไปยังโรงพยาบาลและแพทย์ในต่างจังหวัดมากขึ้น
ด้านแผนการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ (M&A) บริษัทระบุว่ายังไม่มีนโยบายดำเนินการในระยะนี้ โดยยังคงเน้นการเติบโตแบบ Organic จากศักยภาพและเทคโนโลยีของบริษัท เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ MEDEZE ได้ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และบริษัท เครตาน แอสโซซิเอท จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงจัดตั้งบริษัท จีพีโอ เมดีซ เอ็มพาวเวอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 105 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโรงงานผลิต Cell Culture Media และผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ตามมาตรฐาน GMP ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และสนับสนุนการวิจัยและการผลิตชีวเวชภัณฑ์ในประเทศ
บริษัทใหม่ยังมีเป้าหมายต่อยอดสู่การเป็นผู้ให้บริการพัฒนาและรับจ้างผลิตชีวเวชภัณฑ์ (Contract Development and Manufacturing Organization: CDMO) เพื่อรองรับงานวิจัยของมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล นักวิจัย และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพทั้งในและต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตและการรักษาด้วยเซลล์บำบัดลงประมาณ 30-50% เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาได้มากขึ้น
ทั้งนี้ MEDEZE จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนสัดส่วน 60% องค์การเภสัชกรรมถือหุ้น 15% และบริษัท เครตาน แอสโซซิเอท จำกัด ถือหุ้น 25% ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างโรงงาน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 18 เดือน และเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปี 2571
ในระยะแรก โรงงานจะมีกำลังการผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ประมาณ 150,000 ลิตรต่อปี โดยคาดว่ายอดจำหน่าย 70-80% จะรองรับความต้องการภายในประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 20-30% มีศักยภาพขยายสู่ตลาดส่งออกในอนาคต ก่อนต่อยอดสู่การผลิตโปรตีนสำหรับอุตสาหกรรม ATMP ภายใน 4-5 ปี เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการแพทย์ขั้นสูงของประเทศไทยอย่างครบวงจร
บริษัทยังมองว่าโมเดลธุรกิจดังกล่าวจะสนับสนุนการขยายแฟรนไชส์ไปยังต่างประเทศ โดยสร้างรายได้ทั้งจากค่าลิขสิทธิ์ และการจำหน่ายน้ำยาเลี้ยงเซลล์ให้แก่ผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ พร้อมช่วยรักษามาตรฐานการรักษาและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท เนื่องจากสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปโดยไม่ต้องเปิดเผยสูตรหรือกระบวนการผลิต
สำหรับความเสี่ยงของโครงการ บริษัทประเมินว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยมีองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต และระบบน้ำบริสุทธิ์มาตรฐานรองรับอยู่แล้ว ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ระยะเวลาก่อสร้างโรงงานและการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมและพันธมิตรระดับนานาชาติอย่าง Ketan จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการขยายธุรกิจ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการแพทย์และ Biopharma ของภูมิภาคเอเชียในระยะยาว

