SMT ยอดขายทุกธุรกิจพุ่ง ดันงบ Q3 พลิกกำไร Q3 แตะ 92 ล้านบาท

SMT โชว์งบ Q3 พลิกกำไร 92.20 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 48.20 ล้านบาท รับรายได้ทุกธุรกิจเติบโต โดยเฉพาะ OSAT เพิ่ม 66.8% หนุนอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 17.5% ขณะที่งวด 9 เดือนพลิกกำไร 144.15 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทพลิกมีกำไรสุทธิ 92.20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 48.20 ล้านบาท  โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 804.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 553.7 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 13.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและการส่งมอบสินค้าขยายตัวในทุกกลุ่มธุรกิจ

โดยกลุ่มธุรกิจประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (OSAT) ซึ่งครอบคลุม IC, Advanced Packaging และ Wafer มีรายได้ 248.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ขณะที่กลุ่มธุรกิจประกอบแผงวงจรและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (PCBA & Box Build) มีรายได้ 335.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.7% และกลุ่มธุรกิจ Optics & Photonics มีรายได้ 220.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5%

ขณะเดียวกัน บริษัทมีต้นทุนขายและบริการ 663.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 141.0 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 7.8 ล้านบาท หรือเติบโต 1,703.2% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 17.5% จาก 1.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 71.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 62.1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อรายได้ลดลงเหลือ 8.8% จาก 11.2% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นตามการขยายตัวของยอดขาย

สำหรับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 8.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 0.5 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นสุทธิอยู่ที่ 13.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 10.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนส่วนหนึ่งจากการรับเงินค่าสินไหมทดแทนประมาณ 3.3 ล้านบาท จากการเคลมประกันเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 144.15 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 49.48 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น 193.63 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 2,117.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,448.6 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ

ทั้งนี้ งวด 9 เดือนแรก บริษัทมีกำไรขั้นต้น 287.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 30.9 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 13.6% จาก 2.1% ประกอบกับมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 32.7 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 8.8 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นสุทธิในงวด 9 เดือนแรกปรับตัวลดลงเหลือ 35.9 ล้านบาท จาก 124.0 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานรายได้ปีก่อนมีการบันทึกกำไรจากการจำหน่ายที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ จำนวน 94.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บริษัทคาดว่ารายได้จะยังได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการของลูกค้าและการทยอยส่งมอบสินค้าตามแผน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี Photonics และ Advanced Packaging ซึ่งได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนลงทุนพัฒนาโรงงานแห่งใหม่เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ PCBA & Box Build พร้อมจัดสรรพื้นที่โรงงานเดิมสำหรับเพิ่มกำลังการผลิตในกลุ่ม OSAT และ Optics & Photonics เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและโอกาสจากลูกค้ารายใหม่ในอนาคต

Back to top button