
SAFE เปิดงบ Q3 กำไรแตะ 20.91 ล้าน รับรายได้ตรวจพันธุกรรมโต 19%
SAFE รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 20.91 ล้านบาท ลดลง 40.05% หลังรายได้ธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากชะลอตัวและต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจตรวจพันธุกรรมเติบโต 18.59% แตะ 43.76 ล้านบาท พร้อมรับอานิสงส์ต้นทุนทางการเงินลดลง 16.64%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 20.91 ล้านบาท ลดลง 40.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.87 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับต้นทุนการให้บริการ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในบริษัทย่อยจำนวน 4.64 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 168.46 ล้านบาท ลดลง 5.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 178.23 ล้านบาท โดยรายได้หลักจากธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) อยู่ที่ 123.26 ล้านบาท ลดลง 10.30% จาก 137.41 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจัดโปรโมชันลดราคาแพ็กเกจสำหรับลูกค้าต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับจำนวนรอบการย้ายตัวอ่อน (FET) ลดลง ส่งผลให้รายได้จากการรักษาผู้มีบุตรยากอ่อนตัวลง
ขณะที่ธุรกิจตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ ภายใต้บริษัท เอ็น.จี.จี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด หรือ NGG มีรายได้ 43.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 36.90 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากจำนวนตัวอ่อนและตัวอย่างที่ส่งตรวจเพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้บริการตรวจพันธุกรรมที่ขยายตัว รวมถึงการเพิ่มความร่วมมือกับคลินิกและโรงพยาบาล ตลอดจนจำนวนตัวอย่างตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ (NIPT) ที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ส่วนธุรกิจความงามและเวลเนส ภายใต้บริษัท เซฟ เวลเนส จำกัด หรือ SWC มีรายได้ 1.44 ล้านบาท ลดลง 63.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 3.92 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 มีมติอนุมัติให้เลิกกิจการและชำระบัญชี SWC ซึ่ง SAFE ถือหุ้นในสัดส่วน 60%
ด้านต้นทุนขายและการให้บริการในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 84.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีต้นทุน 80.34 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 14.03% เหลือ 84.15 ล้านบาท จาก 97.88 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเหลือ 49.95% จาก 54.92% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและต้นทุนในการจัดจำหน่าย 19.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.10% จาก 18.34 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 45.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.26% จาก 40.52 ล้านบาท ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง
ขณะเดียวกัน บริษัทบันทึกขาดทุนอื่น 0.89 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรอื่น 4.45 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญจากขาดทุนสุทธิจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ถาวร 2.90 ล้านบาท รวมถึงกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสินทรัพย์ทางการเงินลดลง 2.50 ล้านบาท ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ในกองทุนรวมที่ปรับตัวลดลง
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 84.26 ล้านบาท ลดลงประมาณ 16.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 100.98 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 515.55 ล้านบาท ลดลง 2.27% จาก 527.50 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากรายได้ธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากและธุรกิจความงามที่ปรับตัวลดลง แม้ธุรกิจตรวจพันธุกรรมยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากในงวด 9 เดือนอยู่ที่ 394.12 ล้านบาท ลดลง 2.86% ขณะที่ธุรกิจตรวจพันธุกรรมมีรายได้ 114.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.92% และธุรกิจความงามและเวลเนสมีรายได้ 7.15 ล้านบาท ลดลง 52.08%
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า จำนวนรอบการเก็บไข่ (OPU Cycles) ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 248 รอบ เพิ่มขึ้น 4.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.83% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อโอกาสรับรู้รายได้จากการย้ายตัวอ่อนและการตรวจคัดกรองพันธุกรรมในระยะถัดไป
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน บริษัทมุ่งขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มความร่วมมือกับสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ส่งต่อ ตลอดจนพัฒนาบริการตรวจพันธุกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการรักษาภาวะมีบุตรยาก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

