AKR โชว์กำไร Q3 โต 28 เท่าตัว แตะ 68.60 ล้านบาท รับยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่ม 60%

AKR รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 68.60 ล้านบาท โต 2,833% จากปีก่อน รับยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าให้ภาครัฐ-เอกชนโต 60% หนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 37.43% ขณะที่งวด 9 เดือนแรกกำไรสุทธิ 128.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.04%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 68.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,833.05% ตามข้อมูลที่รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.34 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้การขายหม้อแปลงไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 3/2569 จำนวน 501.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 496.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.08% จาก 364.83 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้การขายสินค้าเพิ่มขึ้น 60.18% เป็น 446.81 ล้านบาท จาก 278.94 ล้านบาท ตามการรับรู้รายได้จากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าภาครัฐและภาคเอกชนในระหว่างไตรมาส

ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 185.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.05% จาก 85.62 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 37.43% จาก 23.47% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและสัดส่วนรายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 38.80% จาก 22.04% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่บริษัทมีต้นทุนจากการดำเนินงานจำนวน 310.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.25% จาก 279.21 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ โดยต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 25.74% เป็น 273.44 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณการขายหม้อแปลงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจบริการและซ่อมบำรุงลดลง 17.29% เหลือ 36.97 ล้านบาท จาก 44.70 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นส่งผลให้รายได้จากงานบริการรับจ้างทั่วไปลดลง ขณะที่รายได้จากงานรับจ้างติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ลดลง 35.57% เหลือ 7.13 ล้านบาท จาก 11.06 ล้านบาท ตามมูลค่าโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสดังกล่าวที่ต่ำกว่าปีก่อน

นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าลดลง 81.60% เหลือ 5.54 ล้านบาท จาก 30.13 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 3/2568 บริษัทมีการรับรู้รายได้จากการขายระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ให้แก่ลูกค้าภาคเอกชนจำนวน 2 ราย ซึ่งไม่มีรายการดังกล่าวเกิดขึ้นในไตรมาส 3/2569

ด้านต้นทุนในการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 59.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.13% จาก 36.81 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายหม้อแปลงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 39.90 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 39.92 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่ลดลง

ขณะเดียวกัน บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 2.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.49 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการใช้วงเงินสินเชื่อทรัสต์รีซีท (Trust Receipt) เพื่อจัดซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าใช้จ่ายดังกล่าว ส่งผลให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 91.06 ล้านบาท จาก 13.16 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 128.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.04% ตามข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 113.10 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้รวมประมาณ 1,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 436.22 ล้านบาท หรือเติบโต 19.02% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น

ด้านฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,405.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.92% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 368.19 ล้านบาท หรือ 50.62% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหม้อแปลงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการผลิตเพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้า รวมถึงงานติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายโครงการ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ ศูนย์บริการต้นแบบจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทมีหนี้สินรวม 670.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.77% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เพื่อรองรับการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศและการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,735.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.96% จากสิ้นปี 2568

Back to top button