I2 โชว์กำไร Q3 โต 370% แตะ 1.10 ล้าน รับค่าใช้จ่ายบริหาร-ต้นทุนการเงินลด

I2 รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.10 ล้านบาท โต 369.96% รับแรงหนุนจากต้นทุนขายและบริการลดเกือบ 20% ค่าใช้จ่ายบริหารหด 17.71% และต้นทุนทางการเงินลด 22.51% แม้รายได้ขายและบริการลดลง 20.42% ขณะที่งวด 9 เดือนพลิกกำไร 7.15 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ I2 รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 369.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 0.23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนขายและบริการ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลดลง แม้รายได้จากการขายและบริการจะชะลอตัวตามการส่งมอบงานโครงการ

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวม 144.49 ล้านบาท ลดลง 17.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 175.39 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 138.82 ล้านบาท ลดลง 20.42% จาก 174.45 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากงานโครงการที่ทยอยส่งมอบลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

เมื่อพิจารณารายกลุ่มธุรกิจ พบว่าธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีรายได้ 125.69 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 90.54% ของรายได้จากการขายและบริการ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการทยอยส่งมอบงานโครงการติดตั้งระบบอุปกรณ์ซิงโครไนซ์เครือข่าย ระบบซอฟต์แวร์ และงานโครงการอื่น ๆ

ขณะที่กลุ่มธุรกิจพลังงาน (Energy) มีรายได้ 12.55 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.04% ส่วนใหญ่มาจากการให้บริการบำรุงรักษาระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ (BESS) บนพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และงานเสาไฟประหยัดพลังงาน ส่วนกลุ่มธุรกิจโซลาร์เซลล์มีรายได้ 0.58 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.42%

ด้านต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 125.71 ล้านบาท ลดลง 19.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีต้นทุน 157.05 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณงานโครงการที่ลดลง โดยเฉพาะงานในกลุ่ม ICT และกลุ่มพลังงานซึ่งได้ส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ไปแล้วในปีก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้น 13.11 ล้านบาท ลดลง 24.68% จาก 17.40 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 10.52 ล้านบาท ลดลง 17.71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 12.79 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีลดลง 1.34 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญลดลง 2 ล้านบาท แม้ค่าบริการระบบ Subscription จะเพิ่มขึ้นบางส่วน

ขณะเดียวกัน บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน 7.84 ล้านบาท ลดลง 22.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 10.12 ล้านบาท หรือปรับลดลง 2.28 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยและต้นทุนการจัดหาเงินทุนลดลง

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย 9.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 7.57 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประมูลงานที่ไม่ได้รับงานเพิ่มขึ้น 1.89 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศและค่าคอมมิชชันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับรายได้อื่นในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 5.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 0.94 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 506.31% ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าว

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 7.15 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 1.48 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น 8.63 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงาน บริษัทมุ่งขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านการเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงต่อยอดธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบพลังงานสะอาด โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 บริษัทมีมูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 928 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดทยอยรับรู้รายได้ระหว่างปี 2569–2577

Back to top button