KTB ชี้จังหวะสะสม “บอนด์สหรัฐ” หากยีลด์ทะลุ 4.5% มองเฟดคงดอกเบี้ยปี 69

KTB ประเมินบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี อ่อนตัวลงตามราคาพลังงานและแรงกดดันคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่ลดลง พร้อมแนะทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวเมื่อยีลด์ปรับขึ้นเหนือ 4.50% เชื่อ Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยตลอดปี 69 ก่อนเริ่มลดดอกเบี้ยในปี 70


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้าง สู่ระดับ 4.55% ตามการปรับตัวลงของราคาพลังงานและการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในปีนี้

ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 36% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ ทั้งนี้ เราคงประเมินว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED

รวมถึงบรรยากาศในตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ (และไทย) โดยเฉพาะเมื่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4.50% เนื่องจาก เราคงมุมมองว่า FED มีโอกาส “คงดอกเบี้ย” ในปี 2026 ก่อนที่จะทยอยเดินหน้าลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปี 2027 (ไตรมาสที่ 2 และ ไตรมาสที่ 4)

ซึ่งสวนทางกับคาดการณ์ของ FED ใน Dot Plot ล่าสุด และยังคงสวนทางกับคาดการณ์ของผู้เล่นในตลาดในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถาบันการเงินรายใหญ่ ส่วน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า ทว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย ได้ปรับตัวลงมาพอสมควรสู่ระดับ 1.90%-2.00% ซึ่งเป็นโซน Fair Value ที่เราได้ประเมินไว้ ทำให้ บอนด์ 10 ปี ไทย มีความน่าสนใจลดลงมากและเน้นย้ำให้ทยอยเข้าซื้อ เมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นเท่านั้น (เรามองว่า บอนด์ 20 ปี ไทย มีความน่าสนใจกว่า โดยเฉพาะเมื่อมองในแง่ของความชันยีลด์เคิร์ฟ แต่ต้องพร้อมยอมรับความผันผวนที่สูง)

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ย่อตัวลงเล็กน้อย ในกรอบ Sideways Down ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมและการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้ม FED ขึ้นดอกเบี้ย ทว่า เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูงของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับเปลี่ยนสถานะถือครองชัดเจน จนกว่าจะรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า

ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อลงเล็กน้อย สู่โซน 100.9 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 100.8-101.1 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ลดลงบ้าง และหนุนการปรับตัวลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ทยอยรีบาวด์สูงขึ้นและสามารถแกว่งตัวเหนือโซน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ทว่า ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินและการรีบาวด์ขึ้นบ้างของเงินดอลลาร์ ได้จำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ

Back to top button