
“ฟินันเซีย” ชี้ GFPT กำไร Q2 แตะ 589 ล้าน รับส่งออกไก่ฟื้น-มาร์จิ้นเด่น ชูเป้า 10.80 บ.
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด GFPT กำไรไตรมาส 2/69 แตะ 589 ล้านบาท โต 13.9% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังส่งออกไก่ฟื้น ราคาไก่ยุโรปหนุน มาร์จิ้นดีขึ้น พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ของ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT อยู่ที่ 589 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งดีกว่าที่เคยคาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และคาดว่า GFPT จะเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มเนื้อสัตว์ที่มีกำไรเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า
ปัจจัยสนับสนุนมาจากปริมาณการส่งออกไก่ที่ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 8,000 ตัน เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่าการส่งออกยังได้รับผลกระทบจากตลาดจีนที่หายไป ขณะที่ตลาดยุโรปและญี่ปุ่นกลับมาเติบโตได้ทั้งหมด รวมถึงคาดว่าราคาไก่ส่งออกไปยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถชดเชยการอ่อนตัวของรายได้ในประเทศได้ทั้งหมด ส่งผลให้คาดการณ์รายได้รวมเติบโต 8.6% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน GFPT ยังมีสต็อกวัตถุดิบราคาต่ำที่ทยอยนำมาใช้ ประกอบกับ Product Mix ที่ดีขึ้น ส่งผลให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 16.7% จาก 14.6% ในไตรมาส 1/2569 และอยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส 2/2568 ถือเป็นระดับอัตรากำไรที่ดีมาก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสูงกว่าประมาณการเดิม
สำหรับค่าใช้จ่าย คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม จากรายได้ที่เติบโตดี คาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 7.6% จาก 7.4% ในไตรมาส 1/2569
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม คาดว่ายังไม่ฟื้นตัว โดยคาดว่าจะลดลง 7.7% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 31.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากส่วนแบ่งกำไรของ GFN ที่ลดลงเป็นหลัก เนื่องจากราคาไก่ในประเทศปรับตัวลดลง โดยเฉพาะราคาโครงไก่เฉลี่ยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 10.5 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 23.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 30.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ McKey มีผลการดำเนินงานค่อนข้างทรงตัว
หากกำไรไตรมาส 2/2569 เป็นไปตามคาด จะส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 57% ของประมาณการกำไรทั้งปี
ด้านแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะทรงตัวถึงปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานกำไรที่สูงในปีก่อน แม้เริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลือง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกคือราคาไก่ในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัว ล่าสุดอยู่ที่ 41 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 8.8% จากไตรมาสก่อนหน้า และราคาโครงไก่อยู่ที่ 11.5 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงเข้าสู่ช่วง High Season ของการส่งออก ก่อนที่กำไรจะอ่อนตัวลงในไตรมาส 4/2569 ตามปัจจัยฤดูกาล
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ GFPT ไว้ที่ 1.94 พันล้านบาท ลดลง 20.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคงราคาเป้าหมายที่ 10.80 บาท อิงค่า P/E เดิมที่ 7 เท่า
อย่างไรก็ตาม จากโมเมนตัมกำไรที่เริ่มกลับมาดีขึ้น ประกอบกับมีปัจจัยหนุนจากราคาไก่ในประเทศที่ฟื้นตัว ทั้งราคาไก่เป็นและราคาโครงไก่ รวมถึงการเข้าสู่ช่วง High Season ของการส่งออก จึงปรับคำแนะนำเพิ่มขึ้นเป็น “ซื้อ”
ปัจจุบันราคาหุ้น GFPT ซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569-2570 อยู่ที่เพียง 6 เท่า และ 5.6 เท่า ตามลำดับ แม้ GFPT จะไม่ใช่หุ้นที่มีจุดเด่นด้านเงินปันผล แต่จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5%

