
“พบชัย” มอง SET ผันผวน จับตางบแบงก์-ภาษีสหรัฐ แนะเก็งกำไร PTTEP-TOP-BCP-SPRC
“พบชัย ภัทราวิชญ์” InnovestX ประเมิน SET สัปดาห์นี้แกว่งในกรอบ 1,615–1,650 จุด ระวังหุ้นแบงก์ Sell on Fact หลังประกาศงบไตรมาส 2/69 และราคาปรับขึ้นแรง พร้อมติดตามผลเจรจาภาษีสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมแนะเก็งกำไร PTTEP-TOP-BCP-SPRC รับน้ำมันและค่าการกลั่นขาขึ้น
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (20 ก.ค.69) ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นสัปดาห์มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญทั้งในและต่างประเทศที่ต้องติดตามหลายประเด็น
ปัจจัยแรกคือการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดย TTB จะรายงานผลประกอบการในวันนี้ ก่อนที่ธนาคารขนาดใหญ่ อาทิ BBL, KBANK, KTB, SCB และ KKP จะทยอยประกาศในวันถัดไป
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเกือบ 9% นับตั้งแต่ต้นเดือน จากความคาดหวังว่าผลประกอบการอาจผ่านจุดต่ำสุดและมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงความคาดหวังต่อวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นหลายแห่งสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว จึงต้องระวังแรงขายทำกำไรในลักษณะ “Sell on Fact” ภายหลังการประกาศงบ
นอกจากนี้ ตลาดยังต้องติดตามผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ โดย SCC มีกำหนดรายงานงบในวันพุธนี้ ขณะที่ DELTA จะประกาศในวันศุกร์ ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับดัชนี เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างสูง
อีกประเด็นสำคัญคือมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บสินค้าจากไทยในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 โดยมาตรการดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 24 ก.ค.69 ก่อนเปลี่ยนไปใช้มาตรา 301 ซึ่งอาจเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5%
ทีมเจรจาของไทยจึงต้องเร่งหารือกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาอัตราภาษีไว้ที่ 10% เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาค เช่น กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย สามารถบรรลุข้อตกลงในอัตราดังกล่าวแล้ว หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีสูงกว่าประเทศคู่แข่ง อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ขณะที่ยังไม่มีประเทศใดเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาอย่างชัดเจน ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลามและผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้นต่อ
จากปัจจัยทั้งหมด InnovestX ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET ในสัปดาห์นี้ โดยให้แนวต้านที่ 1,650 จุด และแนวรับที่ 1,615 จุด ขณะที่ดัชนีมีแนวโน้มผันผวนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
สำหรับ SCC คาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ธุรกิจปิโตรเคมีจะได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่องโรงงานบางส่วน แต่สเปรดผลิตภัณฑ์ที่ปรับดีขึ้นจะช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว
ส่วนไตรมาส 3/69 คาดว่าผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัว ตามธุรกิจปิโตรเคมีที่กลับมาดำเนินงานดีขึ้น โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรของ SCC เพิ่มขึ้น พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 268 บาท และคงคำแนะนำ “Neutral”
ด้านกลยุทธ์การลงทุน มองว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้ระดับดัชนีเริ่มตึงตัว นักลงทุนจึงควรรอทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวมากกว่าการไล่ซื้อ
สำหรับหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น รวมถึงหุ้นโรงกลั่น ได้แก่ TOP, BCP และ SPRC ที่ได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น
ส่วนหุ้นปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IVL มีโอกาสได้รับประโยชน์จากภาวะอุปทานตึงตัวและปริมาณสินค้าในตลาดที่ลดลง ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนราคาขายและสเปรดผลิตภัณฑ์ให้ปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังแนะนำหุ้นขนาดใหญ่ที่มีลักษณะ Laggard และปรับตัวขึ้นน้อยกว่าดัชนี ได้แก่ TU, MINT, BDMS และ MTC ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่หุ้นที่ยังปรับตัวล่าช้ากว่าตลาด

