DITTO ระดมทุน Blu Green Token สำเร็จ! พร้อมเร่งงานรัฐครึ่งปีหลัง ดัน New S-Curve

DITTO เปิดเกมรุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ดัน Blu Green Token ซื้อขายบนตลาดรองครั้งแรก ชูผลตอบแทนคาดหวังสูงสุด 20% พร้อมลุยประมูลงานรัฐ-เอกชนครึ่งปีหลัง 2569 และเร่งขยายธุรกิจ Virtual Bank, Cybersecurity และแพลตฟอร์มดิจิทัล หวังสร้าง New S-Curve หนุนการเติบโตระยะยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าผลักดันการระดมทุนผ่าน Blu Green Token ดิจิทัลโทเคนเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาเชื่อมโยงการระดมทุน การสร้างคาร์บอนเครดิต และการลงทุน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินสีเขียว (Green Finance Ecosystem) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

นายฐกรกล่าวว่า การระดมทุนผ่านดิจิทัลโทเคนถือเป็นอีกทางเลือกของภาคธุรกิจ นอกเหนือจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินหรือการระดมทุนผ่านตลาดทุน โดยสามารถเชื่อมโยงผู้ระดมทุน นักลงทุน และโครงการด้านสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ การออกและเสนอขายดิจิทัลโทเคนต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) เช่น Token X ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่าย และต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีการพิจารณาความพร้อมของโครงการ ทั้งด้านธุรกิจ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การกำกับดูแลกิจการ และความยั่งยืน ก่อนเปิดให้นักลงทุนเข้าลงทุน

สำหรับ Blu Green Token ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง ใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนา เนื่องจากต้องวางมาตรฐานและกระบวนการใหม่ของอุตสาหกรรม แต่หลังจากมีต้นแบบแล้ว คาดว่าโครงการลักษณะเดียวกันในอนาคตจะสามารถลดระยะเวลาดำเนินการลงได้ โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละบริษัทและการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล

นายฐกรกล่าวว่า การนำโทเคนเข้าซื้อขายในตลาดรองผ่าน Bitkub Exchange จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่สินทรัพย์ดิจิทัล และเปิดโอกาสให้นักลงทุนบนแพลตฟอร์มกว่า 5.3 ล้านบัญชี สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนรูปแบบใหม่ได้มากขึ้น

ในด้านผลตอบแทน Blu Green Token ได้รับการออกแบบให้มีผลตอบแทนขั้นต่ำ (Base Case) ประมาณ 3% ต่อปี และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 10-20% ในกรณีที่โครงการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดการเงินที่ผันผวน

นอกจากนี้ เงินที่ระดมทุนได้จะถูกนำไปใช้สนับสนุนการสร้างคาร์บอนเครดิต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการปลูกป่า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมดูแลพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านกระบวนการ Tokenization ได้

“เป็นการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งชุมชนที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ภาคธุรกิจที่มีช่องทางระดมทุนใหม่ และนักลงทุนที่เข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพพร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม” นายฐกรกล่าว

สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลงานใหม่จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3-4 ซึ่งครอบคลุมงานด้านระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล (Document & Data Management) ระบบ IoT และ Digital Twin สำหรับการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงโซลูชันด้าน InsurTech และ Engineering Tech

บริษัทคาดว่าโครงการใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นงานจากภาครัฐ ส่งผลให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนเป็นสัดส่วน ภาครัฐ 70% และภาคเอกชน 30% จากเดิมที่มีสัดส่วนรายได้จากภาคเอกชนอยู่ในระดับ 55:45 หรือ 60:40

ขณะเดียวกัน DITTO ยังเดินหน้าขยายธุรกิจใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Virtual Bank, Cybersecurity, Public Health & E-Licensing และแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐ

ในส่วนของธุรกิจ Virtual Bank บริษัทเปิดเผยว่า ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ที่มีความพร้อมในการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารไร้สาขาแล้ว ขณะที่ธุรกิจ Cybersecurity อยู่ระหว่างขยายบริการเพื่อรองรับความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

ส่วนธุรกิจ Public Health & E-Licensing บริษัทเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มขออนุญาตออนไลน์สำหรับภาคสาธารณสุข และอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มการยื่นขอใบอนุญาตและการอนุมัติต่าง ๆ สำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาคการผลิตในระยะยาว

นายฐกรกล่าวทิ้งท้าย การขยายธุรกิจในกลุ่ม Virtual Bank, Cybersecurity และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ จะเป็น New S-Curve สำคัญของ DITTO ช่วยเพิ่มรายได้ประจำ และสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และระยะยาว

Back to top button