
Intel โชว์งบ Q2 แกร่งเกินคาด AI หนุนรายได้โต 25% เร่งลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญ
Intel โชว์งบไตรมาส 2/69 แกร่งเกินคาด รายได้โต 25% แตะ 16.1 พันล้านดอลลาร์ รับแรงหนุน AI โตแรงกว่า 70% ขณะที่บล.หยวนต้า มองบวกต่อ AI Infrastructure และกลุ่ม Semiconductor จากแผนลงทุน CapEx กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินว่า บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น (Intel) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ในเกือบทุกด้าน โดยมีรายได้อยู่ที่ 16.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าประมาณการตลาด 11.8% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ 41.8% และกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.42 ดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจาก Yield ที่ปรับตัวดีขึ้น การบริหาร Product Mix และ Operating Leverage
ทั้งนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ Intel เติบโตมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของรายได้รวม ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 3/2569 บริษัทคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 16.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ EPS อยู่ที่ 0.38 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประมาณการตลาดราว 8% และ 41% ตามลำดับ สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตที่ยังมีแรงส่งต่อเนื่อง
ส่วนกลุ่มธุรกิจ Data Center and AI (DCAI) มีรายได้ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมมีกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นอัตรากำไรเกือบ 40%
Intel เปิดตัว Xeon 6+ หรือ Clearwater Forest ซึ่งเป็น Server CPU รุ่นแรกที่ผลิตบนกระบวนการ Intel 18A โดยบริษัทระบุว่า ความต้องการหน่วยประมวลผล Server CPU มีแนวโน้มเติบโตในระดับ Double-Digit ในปี 2569 และต่อเนื่องถึงปี 2570 ก่อนปรับเพิ่มเป็น Strong Double-Digit Growth ในช่วงปี 2569-2570 และมีแรงส่งต่อเนื่องถึงปี 2571
ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของ Inference และ Agentic AI ซึ่งต้องใช้ CPU เพิ่มขึ้นสำหรับงาน Orchestration, Networking, Security และ Data Management โดยสัดส่วนการใช้งาน CPU ต่อ GPU ในระบบ AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากเดิมในงาน Training ที่อยู่ประมาณ 7-8 GPU ต่อ CPU ลดลงเหลือประมาณ 3-4 GPU ต่อ CPU ในงาน Inference และมีโอกาสเข้าใกล้ระดับ 1 ต่อ 1 หรือมีแนวโน้มเอนเอียงมาทาง CPU มากขึ้นในอนาคต
สำหรับธุรกิจ Custom Silicon หรือ ASIC ของ Intel มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากไตรมาสก่อน และเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย Run Rate เพิ่มขึ้นจากระดับมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยับเข้าใกล้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทคาดว่าจะเติบโตสู่ระดับ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต จากตลาดรวม (TAM) ที่มีมูลค่ามากกว่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธุรกิจดังกล่าวมีการขยายขอบเขตจาก IPU ไปสู่ Networking, Security, Compute และ Accelerator รองรับความต้องการชิปแบบออกแบบเฉพาะจากกลุ่มลูกค้า Hyperscaler และ Enterprise ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนธุรกิจ Client มีรายได้ 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจาก AI PC, Product Mix และการปรับราคา แม้บริษัทประเมินว่าตลาด PC ปี 2569 จะลดลงในระดับ Low Double Digit ขณะที่รายได้จาก AI PC เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน และคิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของรายได้กลุ่ม Client เพิ่มขึ้นจากเดิมที่อยู่ระดับ 60%
Intel ระบุว่า ปริมาณการผลิต Intel 18A เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และสูงกว่าเป้าหมายประมาณ 25% โดย Panther Lake ซึ่งเป็นชิป 18A สำหรับ Client PC มีต้นทุนลดลงประมาณ 50% ตั้งแต่ต้นปี และบริษัทตั้งเป้าลดต้นทุนเพิ่มเติมอีก 20% ภายในสิ้นปี
ขณะที่ Intel 18A-P เข้าสู่ขั้นตอน Risk Production แล้ว ส่วนกระบวนการผลิต 14A มีความคืบหน้า โดยอยู่ระหว่างเตรียม PDK 0.9 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมในเดือนตุลาคม และเตรียมเข้าสู่ Risk Production ในช่วงครึ่งหลังปี 2570 ก่อนวางแผนผลิตจำนวนมาก (High-Volume Manufacturing) ในปี 2571
อย่างไรก็ตาม รายได้จาก External Foundry ยังคงอยู่ที่ระดับ 293 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อลูกค้ารายใหญ่
ขณะเดียวกัน Intel ประเมินว่า ปัญหาขาดแคลน Supply จะยังไม่คลี่คลายภายใน 1-2 ไตรมาส โดยเฉพาะกลุ่ม Server ที่ยังมีความต้องการสูงกว่ากำลังการผลิต แม้ว่ากำลังผลิตใหม่จะเริ่มเข้ามามากขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4
นอกจากนี้ คอขวดของ Supply Chain เริ่มเปลี่ยนจากฝั่ง Front End ไปยัง Back End มากขึ้น โดยเฉพาะ Substrate, T-glass, Memory และ Packaging ส่งผลให้ Intel ต้องเร่งลงทุนเพิ่ม
บริษัทปรับเพิ่มงบลงทุนปี 2569 (CapEx) เป็นมากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดว่าจะทรงตัวถึงลดลง พร้อมเพิ่มการใช้จ่ายด้านเครื่องจักร (Tool Spending) ราว 40% และระบุว่า CapEx ปี 2570 จะสูงกว่าปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแผนเร่งจัดหาเครื่องจักร ขยาย Clean Room และสำรอง Substrate รวมถึง Memory ล่วงหน้า
Yuanta มองบวกกลุ่ม Semiconductor รับการเติบโต AI Infrastructure
นอกจากนี้นักวิเคราะห์บล.หยวนต้า ระบุว่า ผลประกอบการของ Intel สะท้อนภาพเชิงบวกต่อธุรกิจ AI Infrastructure โดยเฉพาะ DCAI, Server CPU และ Purpose-Built Silicon ที่เติบโตสูงกว่าคาด รวมถึงการปรับเพิ่มประมาณการความต้องการ Server CPU เป็น Strong Double-Digit Growth ในปี 2569-2570 และมีแรงส่งต่อเนื่องถึงปี 2571
แนวโน้มดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์ในห่วงโซ่ AI อาทิ AMD จากการขยายตัวของตลาด Server CPU, Broadcom และ Marvell จากการเติบโตของ Custom Silicon รวมถึงผู้ผลิต Memory อย่าง Micron, SK hynix และ Samsung จากความต้องการ Server และ Memory Content ต่อระบบที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน การเพิ่ม CapEx ของ Intel มากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนกลุ่ม Semiconductor Equipment, IC Substrate และ Advanced Packaging โดยผู้ผลิตอุปกรณ์ อาทิ ASML, Applied Materials (AMAT), Lam Research (LRCX) และ KLA (KLAC) มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง
ส่วนกลุ่ม Advanced Packaging และ Supply Chain ฝั่ง Back End อาทิ IBIDEN, AT&S, Unimicron, Camtek และ Advantest มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากความต้องการ Substrate, Packaging และการทดสอบชิปที่ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของ Server CPU และ Custom ASIC ในยุค AI
