
FSS มอง SET เปิดบวก รับน้ำมันอ่อนตัว-เฟดคงดอกเบี้ย แนะเก็บ 11 หุ้นเด่น
บล.ฟินันเซีย ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น รับอานิสงส์ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลง และลุ้นธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ย พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET เป็น 1,710 จุด ภายในกลางปี 2570 รับแรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ชูกลยุทธ์เน้นลงทุนหุ้นที่โมเมนตัมกำไรแข็งแกร่ง พร้อมเคาะ 11 หุ้นเด่นน่าสะสม
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันนี้ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะ Sideways to Sideways Up ในกรอบ 1,630-1,655 จุด โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ในสัปดาห์ก่อนหน้าได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ล่าสุดได้ปรับตัวลดลงอย่างมากจากการหยุดรบชั่วคราวอีกครั้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่มีราคาน้ำมันเป็นต้นทุนในการดำเนินงาน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะมีการประกาศในช่วงกลางดึกของวันพุธนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามรายละเอียดปลีกย่อยภายในการประชุม ซึ่งจะส่งผลต่อโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการประกาศตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดี ซึ่งตลาดประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลง ในขณะที่ GDP จะยังคงเติบโตขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสามารถเติบโตได้โดยที่ไม่ร้อนแรงจนเกินไป ส่งผลให้ Fed อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากตัวเลขออกมาตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งโดยรวมแล้วถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึง SET Index
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัจจัยภายในประเทศยังมีประเด็นที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 27-33 เนื่องจากเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งอาจเข้ามาสร้างแรงกดดันต่อดัชนีได้พอสมควร แต่ทางฝ่ายวิเคราะห์เชื่อมั่นว่าตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้ SET Index มีโอกาสประคองตัวได้ และภาพหลักยังคงมีทิศทางที่เป็นบวก โดยยังคงเป้าหมายกรอบดัชนีที่ระดับ 1,680-1,700 จุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวต้านสำคัญทางเทคนิค ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เลือกหุ้นที่มีโมเมนตัมกำไรในช่วงไตรมาส 2/2569 ถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ที่มีความแข็งแกร่ง
ส่วนของกลยุทธ์การลงทุนระยะถัดไป แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเพิ่มความเสี่ยงในด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยให้กลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน แต่แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะออกมาดีกว่าที่เคยประเมินไว้ ซึ่งจะนำไปสู่การทยอยปรับเพิ่มประมาณการกำไรในระยะต่อไป ทางฝ่ายวิเคราะห์จึงได้พิจารณาปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index (SET Target) ขึ้นเป็นระดับ 1,710 จุด ภายในช่วงกลางปี 2570 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีแนวโน้มจะไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับคำแนะนำการลงทุน ระยะสั้นแนะนำให้เน้นการลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ส่วนระยะยาวแนะนำกลุ่มที่อิงกับการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Play) โดยประเมินหุ้นเด่น (Top Picks) จำนวน 11 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA, บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE, บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA และ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR

