
“หุ้นเอเชีย” เปิดร่วงหนัก! ญี่ปุ่น-เกาหลีนำดิ่ง นักลงทุนกังวลอุตสาหกรรมชิป
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วงเกือบยกแผง นำโดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หลังแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กดดันตลาดจากความกังวลการแข่งขันอุตสาหกรรมชิปของจีน ขณะที่หุ้นสหรัฐปิดทรงตัวก่อนหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.ค. 2569) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายปรับตัวลดลงเกือบยกแผง โดยได้รับแรงกดดันหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของจีนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดภูมิภาค
โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (27 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดลบ นักลงทุนรอดูบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,210.08 จุด เพิ่มขึ้น 262.83 จุด หรือ 0.51%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,413.18 จุด เพิ่มขึ้น 1.20 จุด หรือ 0.02%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,932.08 จุด ลดลง 43.74 จุด หรือ -0.18%
บริษัท Microsoft, Amazon, Meta และ Apple มีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาสในสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วงหลายปีมานี้ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) อาจเริ่มสูญเสียแรงส่ง
สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเกิดความกังวลหลังจากที่ Tesla และ Alphabet รายงานผลประกอบการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการใช้จ่ายด้าน AI ในระดับสูง
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทรงตัว โดยหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังเผชิญแรงขาย จากพัฒนาการของอุตสาหกรรมชิปในจีน ทั้งความคืบหน้าของบริษัท CXMT และการพัฒนาเครื่องผลิตชิปแบบ DUV ของจีน ขณะที่หุ้นในกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer) ปรับตัวขึ้น ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง
ด้านตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 2.4% โดยมีแรงขายหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อาทิ Lasertec ลดลง 11%, Kioxia ลดลง 18%, Disco ลดลง 10%, Ibiden ลดลง 9%, Tokyo Electron ลดลง 9% และ Advantest ลดลง 8% ขณะที่หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์และอาหารสามารถปรับตัวสวนตลาดได้
ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลง 7.4% โดยหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขายต่อเนื่อง นำโดย SK Hynix ลดลง 10% และ Samsung Electronics ลดลง 9% ขณะที่กลุ่ม REITs และกลุ่มยาเคลื่อนไหวแข็งแกร่งกว่าตลาด
ขณะที่ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลดลง 0.2% โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารที่เกี่ยวข้องกับโดรน รวมถึงหุ้นในกลุ่มพลังงาน ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังระมัดระวังต่อแนวโน้มของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก
