GULF ลุ้นกำไร Q2 นิวไฮแตะ 1.17 หมื่นล้าน รับปันผล KBANK-ธุรกิจไฟฟ้าหนุน

GULF จ่อทำนิวไฮไตรมาส 2/69 กำไรแตะ 1.17 หมื่นล้านบาท โต 29.1% รับแรงหนุนปันผล KBANK-กำไรขายโรงไฟฟ้าปากลาย โบรกฯ อัพเป้า 80 บาท แนะ “ซื้อ”


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ประมาณ 11,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรปกติคาดอยู่ที่ประมาณ 11,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.8% จากไตรมาสก่อน และทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากรายได้เงินปันผลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,800 ล้านบาท จากเพียง 26 ล้านบาทในไตรมาสก่อน ตามรอบการจ่ายเงินปันผลหลักของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ซึ่ง GULF ถือหุ้นอยู่

นอกจากนี้ รายได้อื่นคาดเพิ่มขึ้น 204.1% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้กำไรประมาณ 1,800 ล้านบาท จากการขายหุ้นสัดส่วน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลาย

ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้า ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการของกลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือ IPP จะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามปริมาณการเรียกซื้อไฟฟ้าของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก หรือ SPP ซึ่งคาดว่าอัตรากำไรจะลดลงจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ได้รับผลกระทบจากกระแสลมอ่อนตัวตามฤดูกาล

สำหรับรายการพิเศษ ฝ่ายวิจัยคาดว่า GULF จะบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ประมาณ 57.8 ล้านบาท ลดลงจากผลขาดทุน 210.2 ล้านบาทในไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส คาดว่ากำไรปกติในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านบาท คิดเป็น 63.8% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปีเดิม ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 และ 2570 ขึ้น 15.3% และ 10.1% มาอยู่ที่ประมาณ 38,000 ล้านบาท และ 41,000 ล้านบาท ตามลำดับ

การปรับเพิ่มประมาณการดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้เงินปันผลจาก KBANK ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากเดิม 5% รวมถึงการปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้ดอกเบี้ยและรายได้อื่นให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของ GULF ในปัจจุบันมากขึ้น

ภายใต้ประมาณการใหม่ บล.เอเซีย พลัส คาดว่ากำไรปกติปี 2569 ของ GULF จะเพิ่มขึ้น 32.8% จากปีก่อน สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่งทั้งจากธุรกิจพลังงานและรายได้จากการลงทุน

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติจะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้เงินปันผลลดลงตามฤดูกาล ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าโดยรวมมีแนวโน้มชะลอลง หลังผ่านช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงของกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP

ขณะเดียวกัน อัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น แม้คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ จะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยปัจจัยลบทั้งหมด

ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานของ GULF ณ สิ้นปี 2570 เป็น 80 บาท จากเดิม 78 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงความได้เปรียบในการเข้าสู่รอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ ทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมแนะนำทยอยสะสมเพื่อการลงทุนระยะยาว

Back to top button