PTTEP รายได้ทะลุแสนล้าน ดันกำไร Q2 โตเท่าตัวแตะ 2.7 หมื่นลบ. สูงกว่าคาด 10%

PTTEP เปิดงบไตรมาส 2/69 กวาดกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เติบโต 104% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับรายได้รวมพุ่ง 40% ทะลุแสนล้านบาท ย้ำฐานะทางการเงินแกร่ง D/E ต่ำเพียง 0.26 เท่า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 PTTEP รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 833 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 27,197 ล้านบาท) หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.21 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 6.85 บาท) ซึ่งกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 104 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 408 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 13,515 ล้านบาท) หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.11 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 3.41 บาท)

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ทำได้ 3,151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 102,717 ล้านบาท) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 897 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 2,254 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 74,613 ล้านบาท)

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมภาษีเงินได้) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,715 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 55,926 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 229 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีค่าใช้จ่ายรวม 1,486 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 49,162 ล้านบาท)

ทางด้านฐานะการเงิน PTTEP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 30,985 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 1,030,881 ล้านบาท) ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 2,498 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 83,112 ล้านบาท)

ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 13,917 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 463,025 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 4,353 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 144,837 ล้านบาท) และรายงานส่วนของผู้ถือหุ้นรวมที่ 17,068 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 567,856 ล้านบาท) ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับเพียง 0.26 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นไปตามนโยบายทางการเงินที่รัดกุมของบริษัท

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 ของ PTTEP ถือว่าออกมาโดดเด่นและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ โดยข้อมูลจาก LSEG Consensus ได้ประมาณการกำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวไว้ที่ระดับ 24,801.0 ล้านบาท ควบคู่ไปกับประมาณการรายได้รวมที่ระดับ 87,968.23 ล้านบาท ซึ่งจากการที่ผลประกอบการจริงสามารถทำผลงานได้ทะลุเป้าหมายที่ตลาดประเมินไว้ จึงนับเป็นปัจจัยเชิงบวกที่อาจช่วยหนุนให้ราคาหุ้นของ PTTEP มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในการเปิดทำการซื้อขายรอบถัดไป ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569

นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ปตท.สผ. ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อรองรับผลกระทบด้านพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTEP เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศอย่างเต็มศักยภาพ โดยมีอัตราการผลิตประมาณ 2,680 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สูงกว่าปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contractual Quantity: DCQ) ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในช่วงที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอน

ขณะเดียวกัน PTTEP ยังเดินหน้าการดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง หรือ Total Wellhead Platform Reuse เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน ในโครงการจี 1/61

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการนำทั้งส่วนบนของแท่นหลุมผลิต (Topside) ขาแท่น (Jacket) และเสาเข็มบางส่วน (Piles Section) กลับไปติดตั้งและใช้งานใหม่ในแหล่งเดียวกัน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้วิศวกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดระยะเวลาการก่อสร้างและติดตั้ง ลดต้นทุน ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ตลอดจนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ PTTEP ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับกรมประมงและกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้วมาจัดทำเป็นปะการังเทียมในอ่าวไทย โดยนำโครงสร้างเหล็กที่ยังคงมีความแข็งแรงและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับทรัพยากรทางทะเลและชุมชนชายฝั่ง

ทั้งนี้ PTTEP ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะดำเนินการจัดวางและส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้วจำนวน 9 ขาแท่นให้แก่กรมประมง เพื่อช่วยเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล และสนับสนุนความยั่งยืนของภาคประมง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 PTTEP มีรายได้รวม 176,756 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 5,495 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มีปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากโครงการในอ่าวไทย รวมถึงโครงการที่ PTTEP เข้าร่วมลงทุนในปีก่อนหน้า ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค408

ส่วนราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในช่วง 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 49.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกจำนวน 39,032 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 1,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 14 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 PTTEP ยังได้นำส่งรายได้ให้แก่ภาครัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ รวมกว่า 27,700 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาชุมชน การศึกษา ตลอดจนการวิจัยและพัฒนา

นอกจากนี้ ภาครัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 และจี 2/61 ซึ่งดำเนินงานภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract: PSC) ถือเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศได้อีกส่วนหนึ่ง

Back to top button