Bitget มองบิตคอยน์ Q4 ฟื้นตัว รับแรงหนุน ETF

บิตเก็ต (Bitget) มองทิศทางบิตคอยน์ไตรมาส 3 ราคาทรงตัวเป็นโอกาสทยอยเข้าซื้อสะสม รับแรงหนุนจากเงินไหลเข้ากองทุน Bitcoin ETF สุทธิกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้เผชิญความผันผวนจากท่าทีนโยบายเฟด แต่คาดการณ์ไตรมาส 4 มีโอกาสเกิดสภาวะตลาดขาขึ้น "Uptober"


นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ทิศทางราคาบิตคอยน์ในเดือนกรกฎาคมยังคงได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากแรงซื้อผ่านกองทุน Bitcoin ETF ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงทางด้านราคา (Downside) ได้เป็นอย่างดี โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) มากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากมียอดเงินไหลออกสุทธิในช่วงสองเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาสามารถเคลื่อนไหวประคองตัวอยู่ในกรอบ 62,500–63,000 ดอลลาร์สหรัฐได้

สำหรับแนวโน้มในช่วงเวลาที่เหลือของไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2569 ประเมินว่าจะยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาผลักดันให้ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามสถิติย้อนหลัง ไตรมาสที่ 4 ของทุกปีมักจะเป็นช่วงเวลาที่บิตคอยน์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม หรือปรากฏการณ์ “Uptober” ดังนั้น ช่วงเวลาในไตรมาสที่ 3 นี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักลงทุนในการทยอยเข้าซื้อสะสมบิตคอยน์ก่อนที่ตลาดจะกลับตัวเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น

นางสาวเกรซี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า โอกาสเกิดสภาวะตลาดขาขึ้นในเดือนตุลาคมปีนี้ขึ้นอยู่กับความชัดเจนด้านนโยบายการเงินและสภาพคล่องทั่วโลก ซึ่งตลาดต้องจับตาการส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจในการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล (Jackson Hole) โดยคาดว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งนับเป็นผลบวกต่อบิตคอยน์ อย่างไรก็ดี หากปัญหาความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงยืดเยื้อ ประกอบกับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะตึงตัว ตลาดอาจต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป

นอกจากนี้ ตลาดยังคงต้องจับตาความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งล่าสุดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 แม้จะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แต่ทิศทางการสื่อสารในรอบนี้กลับส่งสัญญาณในเชิงเข้มงวดหรือ “Hawkish” อย่างรุนแรง โดยมีกรรมการถึง 3 ท่านที่ลงคะแนนเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สะท้อนให้เห็นว่านโยบายการเงินยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก และเฟดพร้อมที่จะคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น ซึ่งเป็นปัจจัยสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน

เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการถือครองบิตคอยน์ในระยะยาว หรือต้องการทยอยสะสมสินทรัพย์ก่อนเข้าสู่ช่วงตลาดขาขึ้น Bitget จึงได้เปิดตัวการอัปเกรดฟีเจอร์ “BGBTC” เพื่อช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือบิตคอยน์ โดยเพิ่มระบบจ่ายผลตอบแทนจากบิตคอยน์รายวัน และพัฒนาระบบถอนเงินด่วนวงเงินสูงภายใต้การกำกับดูแลความเสี่ยงระดับสถาบัน พร้อมเพิ่มความโปร่งใสด้วยการนำบิตคอยน์มาสำรองหนุนหลังแบบ 100% นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการยังสามารถนำ BGBTC ไปต่อยอดในระบบนิเวศของ Bitget ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการวางเป็นหลักประกันมาร์จิ้นในสัญญาฟิวเจอร์ส การนำไปค้ำประกันเพื่อกู้ยืม หรือการเข้าร่วม Launchpool และ PoolX โดยไม่จำเป็นต้องดึงบิตคอยน์ออกจากระบบการใช้งานหลัก

“บิตคอยน์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก แต่ส่วนใหญ่ยังคงถูกปล่อยไว้เฉยๆ โดยไม่ได้สร้างผลตอบแทน ด้วยวิสัยทัศน์ของ Bitget ที่มุ่งมั่นเชื่อมโลกการเงินแบบรวมศูนย์ (CeFi) และแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เข้าด้วยกัน จึงได้พัฒนาโปรดักต์นี้ขึ้นร่วมกับ เชนลิงก์ (Chainlink) และ กอนต์เล็ต (Gauntlet) ซึ่งเป็นบริษัทบริหารความเสี่ยงและผู้ดูแล Vault ชั้นนำในวงการ DeFi เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน (Custody) อิสระ เพื่อยกระดับความโปร่งใสและความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน” นางสาวเกรซี่ กล่าว

Back to top button