
ประชุม กสทช.ล่ม! ปมสถานะ “หมอไห่” ไม่จบ วาระสำคัญส่อสะดุด เลื่อนถก 6 ส.ค.นี้
ประชุมบอร์ด กสทช. ล่ม หลัง 4 กรรมการออกจากห้องประชุมจากข้อขัดแย้งสถานะ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธาน กสทช. ส่งผลต้องเลื่อนไป 6 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ หลังการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ครั้งที่ 23/2569 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ขณะที่มีวาระสำคัญหลายเรื่องรอการพิจารณา
ศ.คลินิก นพ.สรณ เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มการประชุมมีกรรมการ กสทช. เข้าร่วมทั้งหมด 7 คน แต่กรรมการ 4 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นางสาวพิรงรอง รามสูต นายศุภัช ศุภชลาศัย และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ได้ออกจากห้องประชุม โดยให้เหตุผลว่าประธาน กสทช. ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบ
ทั้งนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยืนยันว่า ยังมีความจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมายจนกว่าจะมีข้อยุติทางกฎหมายเป็นอย่างอื่น พร้อมขอความร่วมมือกรรมการทุกคนกลับเข้าร่วมประชุม เนื่องจากมีวาระสำคัญและเร่งด่วนจำนวนมากที่รอการพิจารณา
ส่วนกรณีสถานะการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุว่า คำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด และศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว โดยข้อยุติอาจเกิดขึ้นจากคำสั่งศาลหรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นต่อไป
ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือเชิญกรรมการเข้าร่วมประชุมครั้งที่ 23/2569 ซึ่งกำหนดประชุมต่อเนื่องในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2569 แต่การประชุมวันที่ 5 สิงหาคมไม่ครบองค์ประชุมตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุม พ.ศ. 2555 จึงต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 6 สิงหาคม
สำหรับกำหนดการประชุม กสทช. ในเดือนสิงหาคม 2569 ยังมีวันที่ 11 สิงหาคม, 13 สิงหาคม และ 19-20 สิงหาคม โดยสำนักงานจะดำเนินการจัดเตรียมการประชุมตามหน้าที่ เพื่อให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาวาระต่าง ๆ ได้ตามกฎหมาย
นายไตรรัตน์ระบุว่า วาระที่รอการพิจารณามีหลายเรื่องที่กระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรง อาทิ การขอต่ออายุที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมไทยคม 4 และการขอใช้เลขหมายโทรศัพท์ 4 หลักในภาคธุรกิจ โดยยืนยันว่าการเสนอวาระเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติของสำนักงาน และไม่ได้ใช้วาระสำคัญเป็นเงื่อนไขกดดันกรรมการ
ขณะที่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ระบุว่า ได้มีหนังสือแจ้งความเห็นต่อสำนักงาน กสทช. และยืนยันความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกรรมการ กสทช. ที่เหลืออีก 6 คน แต่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมที่มี ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธานได้ เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ให้เหตุผลว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจขององค์กรที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย และเห็นว่าคำวินิจฉัยยังมีผลบังคับอยู่ตราบใดที่ยังไม่ถูกเพิกถอน พร้อมอ้างถึงคำสั่งศาลปกครองกลางที่ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยและคำขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราว
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าหากบุคคลที่ถูกมองว่าไม่มีสถานะเป็นกรรมการ กสทช. เข้าร่วมประชุม อาจทำให้องค์ประชุมและมติที่เกิดขึ้นมีข้อโต้แย้งด้านความชอบด้วยกฎหมาย และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง ตลอดจนประโยชน์สาธารณะในภายหลัง
ทั้งนี้ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ยืนยันว่า การไม่เข้าร่วมประชุมในลักษณะดังกล่าวไม่ใช่การละทิ้งหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นการใช้ความระมัดระวังเพื่อป้องกันไม่ให้มติของ กสทช. เผชิญความเสี่ยงทางกฎหมาย พร้อมระบุว่าหากยังมีการเดินหน้าจัดประชุมภายใต้เงื่อนไขเดิม อาจเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความรับผิดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นความเห็นของ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ต่อกรณีดังกล่าว
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การประชุม กสทช. และการพิจารณาวาระสำคัญยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมและดาวเทียม ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องสถานะประธาน กสทช. ที่ยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน

