“ประวิทย์” จี้ “ไตรรัตน์” ส่งมติ 6 บอร์ด กสทช. ชง “ณัฐธร” ถก ITU หวั่นไทยเสียโอกาส

“หมอประวิทย์” จี้ “ไตรรัตน์” เร่งส่งมติ 6 กรรมการ กสทช. เสนอชื่อ “พล.ต.อ.ณัฐธร” นำคณะผู้แทนไทยร่วมประชุม ITU ที่กาตาร์ 9–27 พ.ย.นี้ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลติดตามความคืบหน้า หวั่นความล่าช้ากระทบผลประโยชน์ประเทศ


นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึงกรณีการเสนอชื่อหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU Plenipotentiary Conference 2026) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–27 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยเรียกร้องให้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. เร่งดำเนินการส่งเรื่องเสนอชื่อ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร ตามมติของกรรมการ กสทช. 6 คน เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว พร้อมเตือนว่าความล่าช้าอาจกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ

นพ.ประวิทย์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ นายไตรรัตน์ได้ส่งเรื่องเสนอชื่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยไปยังคณะรัฐมนตรี โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาหรือมีมติจากคณะกรรมการ กสทช. ก่อนที่ ครม. จะส่งเรื่องดังกล่าวกลับมา ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา เนื่องจากผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติเป็นตัวแทนของคณะกรรมการ กสทช. จึงควรได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ระหว่างดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ไม่เคยเกิดกรณีที่สำนักงาน กสทช. เสนอชื่อผู้แทนเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศโดยไม่ผ่านมติคณะกรรมการมาก่อน โดยมองว่าสำนักงาน กสทช. อาจอ้างข้อจำกัดด้านระยะเวลาที่กระชั้นชิดเป็นเหตุผลในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวมีต้นเหตุจากการที่สำนักงานไม่ได้จัดประชุมให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนพิจารณาเรื่องดังกล่าว ส่วนการตรวจสอบความรับผิดชอบกรณีข้ามขั้นตอนนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ กสทช. ว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไร

นพ.ประวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าการเสนอชื่อโดยไม่ผ่านมติคณะกรรมการ คือกรณีที่กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนได้มีมติเสนอชื่อ พล.ต.อ.ณัฐธร เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยแล้ว แต่สำนักงาน กสทช. ยังไม่มีการส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรีตามมติ

โดยเห็นว่า หากสำนักงาน กสทช. ไม่ดำเนินการตามมติที่ออกมาแล้ว อาจส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และอาจกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ

นอกจากนี้ นพ.ประวิทย์ ยังเห็นว่า หากคณะกรรมการ กสทช. มีมติแต่งตั้งผู้แทนอย่างชัดเจนแล้ว แต่สำนักงาน กสทช. ไม่ดำเนินการตามขั้นตอน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสำนักงานควรต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากการส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม ITU ถือเป็นภารกิจระหว่างประเทศที่มีผลต่อบทบาทและผลประโยชน์ของประเทศไทยโดยตรง

สำหรับบทบาทของรัฐบาล นพ.ประวิทย์ เสนอว่า รัฐบาลควรเข้ามาติดตามและเร่งรัดกระบวนการเสนอชื่อผู้แทนไทย โดยสามารถส่งหนังสือสอบถามไปยังสำนักงาน กสทช. เพื่อขอทราบความคืบหน้าของการดำเนินการ ทั้งในประเด็นการประชุมพิจารณาเสนอชื่อ มติของคณะกรรมการ และสถานะการส่งเรื่องให้ ครม. ซึ่งสำนักงาน กสทช. มีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ นพ.ประวิทย์ ย้ำว่า การดำเนินการเรื่องดังกล่าวควรเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส เพื่อให้ประเทศไทยสามารถจัดส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ITU Plenipotentiary Conference 2026 ได้ตามกำหนด โดยไม่ให้ข้อขัดข้องด้านกระบวนการภายในส่งผลกระทบต่อโอกาสและผลประโยชน์ของประเทศในเวทีโทรคมนาคมระหว่างประเทศ

Back to top button