กองทุนอนุรักษ์ฯ แจงผลตรวจ สตง.โปร่งใส สยบข้อครหา “ไม่รับรองบัญชี 10 ปี”

ส.กทอ. ชี้แจงผลตรวจสอบงบการเงิน ยืนยัน สตง.รับรองต่อเนื่อง โดยปี 2566-2568 ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557 ส่วนใหญ่เป็นการรับรองแบบมีเงื่อนไข มีเพียงปี 2565 ที่ไม่รับรอง พร้อมเดินหน้ายกระดับหลักเกณฑ์จัดสรรเงินและธรรมาภิบาล


นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานด้านการเงินและความโปร่งใสของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยยืนยันว่า รายงานการเงินของกองทุนฯ ได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้รับการรับรองงบการเงินอย่างเป็นทางการติดต่อกัน 3 ปี สำหรับปีงบประมาณ 2566-2568

ทั้งนี้ ภายหลังเข้ารับตำแหน่งในช่วงกลางปี 2566 ส.กทอ. ได้เร่งปรับปรุงระบบงานด้านการเงินและบัญชี รวมถึงแก้ไขประเด็นที่ได้รับข้อเสนอแนะจากหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อยกระดับกระบวนการบริหารงบประมาณให้มีความรัดกุม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

สำหรับปีงบประมาณ 2566 กองทุนฯ ผ่านการตรวจสอบและรับรองงบการเงินโดยไม่มีข้อท้วงติงสำคัญ ขณะที่ปี 2567 ยังคงรักษามาตรฐานด้านการควบคุมภายในและได้รับการรับรองงบต่อเนื่อง ส่วนปี 2568 สตง.ได้รับรองงบการเงินประจำปีอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงการดำเนินงานด้านการเงินและบัญชีภายใต้กรอบธรรมาภิบาล

ขณะเดียวกัน ส.กทอ. ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลระบุว่า สตง.ไม่รับรองผลทางบัญชีของกองทุนฯ ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี ว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยเมื่อพิจารณาย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557 สตง.ได้แสดงความเห็นรับรองรายงานทางการเงินมาโดยตลอดในลักษณะ “รับรองแบบมีเงื่อนไข” ซึ่งหมายถึงรายงานการเงินและงบแสดงฐานะการเงินโดยรวมถูกต้องตามควรในสาระสำคัญ ยกเว้นบางรายการที่มีข้อจำกัดด้านข้อมูล ความถูกต้องตามระเบียบ หรือหลักฐานประกอบไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม มีเพียงปีงบประมาณ 2565 ที่ไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานทางบัญชีที่เหมาะสมและเพียงพอเพื่อสนับสนุนตัวเลขบางส่วนในงบการเงินได้

ส.กทอ. ระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน พร้อมอ้างถึงบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14

สำหรับการยกระดับการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้นำข้อเสนอแนะจากสำนักงาน ป.ป.ช. และ สตง. มาปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินทุน โดยกำหนดให้หน่วยงานผู้ขอรับการสนับสนุนมีส่วนร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในลักษณะร่วมจ่าย หรือ Co-Pay รวมถึงกำหนดแนวทางด้านการบำรุงรักษาและติดตามผลการใช้งานระบบตามอายุโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินกองทุน

ปัจจุบันกองทุนฯ มีเงินสะสมประมาณ 17,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินงานในช่วงปี 2569-2571 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ขณะที่กรณีมีเงินสะสมเกินกว่าระดับที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังกำหนด จะดำเนินการส่งคืนคลังตามระเบียบและกฎหมาย โดยที่ผ่านมาได้ส่งคืนเงินคลังแล้วกว่า 35,000 ล้านบาท

Back to top button