“ไชยชนก” สั่ง ThaiCERT ร่วมขนส่งทางบก สอบปมข้อมูล “ทะเบียนรถส่วนบุคคล” โผล่ออนไลน์

ส.กทอ. เปิดผลงานกองทุนอนุรักษ์ฯ 30 ปี จัดสรรทุนกว่า 1.42 แสนล้านบาท ครอบคลุม 14,870 โครงการ สร้างผลประหยัดพลังงานคิดเป็นมูลค่า 5.17 แสนล้านบาท มากกว่างบสนับสนุนกว่า 3 เท่า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยผลการจัดสรรทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานตลอดช่วง 30 ปี ตั้งแต่ปี 2538-2568 ว่า มีการสนับสนุนโครงการรวม 14,870 โครงการ วงเงินประมาณ 142,306 ล้านบาท และก่อให้เกิดผลประหยัดพลังงานรวมประมาณ 21,287 ktoe หรือพันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 516,709 ล้านบาท สูงกว่างบประมาณที่จัดสรรไปมากกว่า 3 เท่า

สำหรับกลุ่มกิจการที่ได้รับการสนับสนุนส่วนใหญ่ ประกอบด้วย โรงงานและอาคารทั้งในข่ายควบคุมและนอกข่ายควบคุม หน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) รวมถึงกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานและพลังงานทดแทน

ทั้งนี้ การจัดสรรทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงปี 2538-2547 อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกระทรวงการคลัง ก่อนโอนมาอยู่ภายใต้กระทรวงพลังงานตั้งแต่ปี 2548 และต่อมาในปี 2562 ได้ถ่ายโอนภารกิจมายังสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน หรือ ส.กทอ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในปัจจุบัน

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้สนับสนุนโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนทั่วประเทศ ทั้งงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการยกระดับเทคโนโลยีไปสู่การใช้เชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม โดยมีผลงานที่ถูกนำไปใช้งานจริงทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ชุมชน และครัวเรือน

สำหรับปี 2568 หลังจากการจัดสรรทุนหยุดชะงักในช่วงปี 2566-2567 กองทุนฯ กลับมาจัดสรรงบประมาณประมาณ 1,253 ล้านบาท และก่อให้เกิดผลประหยัดพลังงานประมาณ 171.26 ktoe ต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,948 ล้านบาทต่อปี

การสนับสนุนส่วนหนึ่งเป็นโครงการติดตั้ง Solar Rooftop และ Solar Farm ในหน่วยงานราชการ 141 แห่ง รวมถึงระบบพลังงานในพื้นที่ทุรกันดารที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่ห่างไกล 817 แห่ง โรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐ 71 แห่ง กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน 10 แห่ง ตลอดจนหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ 95 ระบบ รวมทั้งสิ้น 1,134 ระบบ กำลังการผลิต 19.87 เมกะวัตต์ สามารถทดแทนค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 111.41 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและโรงงานควบคุมมากกว่า 600 แห่ง เพื่อให้ดำเนินงานด้านพลังงานตามกฎหมาย และกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจากผู้ประกอบการกว่า 760 ล้านบาทต่อปี ผ่านการปรับปรุงและติดตั้งอุปกรณ์ในโรงงานและอาคารมากกว่า 80 แห่ง โดยสร้างผลประหยัดด้านพลังงานรวมประมาณ 7,836.5 ล้านบาท

สำหรับความคืบหน้าการจัดสรรเงินกองทุนในปี 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน ผ่านการสนับสนุนการติดตั้งระบบพลังงานทดแทนในระบบประปาหมู่บ้านทั่วประเทศกว่า 1,200 แห่ง ระบบบาดาลเพื่อการเกษตรและสาธารณูปโภคกว่า 1,000 ระบบ และระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง 74 พื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนโรงพยาบาลรัฐกว่า 45 แห่ง และพื้นที่ความมั่นคงตามแนวชายแดนกว่า 800 ฐานปฏิบัติการ พร้อมส่งเสริมการลงทุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผู้ประกอบการมากกว่า 200 แห่ง และการพัฒนาพลังงานทดแทนในกลุ่มวิสาหกิจและกลุ่มเกษตรกรอีกกว่า 200 แห่ง

นายรัฐฉัตรกล่าวว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไม่ได้สร้างเพียงผลประหยัดที่สูงกว่างบประมาณสนับสนุนกว่า 3 เท่า แต่ยังช่วยสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากร และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง พร้อมต่อยอดสู่การลงทุนและการขยายผลเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ

Back to top button