“จีน” หวังกระจายเสี่ยง ลดถือ “บอนด์สหรัฐ” ต่ำสุดรอบ 18 ปี หันสะสมทองคำ

บ.ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส เผยธนาคารกลางจีนลดถือพันธบัตรสหรัฐฯ ลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2551 หันไปเร่งสะสมทองคำต่อเนื่อง ชี้ไม่ใช่แค่การลดพึ่งพาดอลลาร์ แต่เป็นการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์


นายวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า จีนได้ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงเหลือ 633.4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 หรือลดลงมากกว่า 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีนยังคงเดินหน้าเพิ่มการถือครองทองคำ โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีการเข้าซื้อทองคำสุทธิราว 20 ตัน ซึ่งเป็นอัตราการซื้อที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของจีนพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 2,377.5 ตัน

ทั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในการบริหารทุนสำรอง ที่เปลี่ยนผ่านจากเป้าหมายด้าน “ผลตอบแทน” ไปสู่ “ความมั่นคง” โดยตามหลักการบริหารทุนสำรอง ธนาคารกลางจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัย สภาพคล่อง และผลตอบแทน ท่ามกลางภาระหนี้และการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายทุนสำรองไปยังสินทรัพย์หลายประเภทจึงมีความสำคัญมากขึ้น การลดถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ของจีนจึงเป็นการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองในระยะยาว มากกว่าจะเป็นเพียงการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์

ขณะเดียวกัน ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง ในไตรมาส 2 มีการเข้าซื้อรวมกว่า 289 ตัน นอกจากนี้ ผลสำรวจจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า 45% ของธนาคารกลางมีแผนจะเพิ่มการถือครองทองคำในช่วง 12 เดือนข้างหน้า สะท้อนว่าทองคำกำลังได้รับความสำคัญในฐานะสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงด้านเครดิต ไม่เป็นหนี้ของรัฐบาลใด และไม่ผูกติดกับนโยบายการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง

โดยการลดลงของพันธบัตรสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งผลบวกต่อราคาทองคำในทันที โดยระยะสั้นหากความต้องการพันธบัตรลดลงจนทำให้ผลตอบแทน และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงขึ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อทองคำจากต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะกลางถึงยาว การกระจายความเสี่ยง ความกังวลต่อหนี้สหรัฐฯ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ จะเป็นแรงสนับสนุนเชิงโครงสร้างที่สำคัญต่อความต้องการทองคำ ซึ่งประเด็นสำคัญที่ตลาดควรจับตาจึงไม่ใช่เพียง “ใครกำลังซื้อทอง” แต่คือ “เหตุใดธนาคารกลางทั่วโลกจึงเลือกใช้ทองคำเพื่อลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง” ซึ่งปัจจัยนี้จะเป็นแรงหนุนสำคัญกว่าความผันผวนของราคาระยะสั้น

 

Back to top button