SCB WEALTH ชูกลยุทธ์ Multi-Asset รับมือตลาดผันผวน

SCB WEALTH จัดสัมมนาใหญ่เจาะลึกมุมมองเศรษฐกิจ ดึงผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่ม SCBX และพันธมิตรระดับโลกอย่าง BlackRock ร่วมชี้ช่องลงทุน ชูกลยุทธ์ "One Smart Wealth" และกรอบบริหารทรัพย์สิน VAULT Framework แนะลูกค้ากระจายความเสี่ยงจัดพอร์ตแบบ Multi-Asset และ Core + Opportunity เพื่อรับมือความผันผวนของตลาดการเงินโลก พร้อมสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน


ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงานสัมมนา “SCB WEALTH Investment Outlook” ภายใต้ธีม The New Market Regime : Turning Uncertainty into Opportunity เพื่อถ่ายทอดมุมมองด้านเศรษฐกิจและแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนให้แก่กลุ่มลูกค้า Wealth ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดการเงินโลก โดยมุ่งเน้นการสร้างและต่อยอดความมั่งคั่งในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ “One Smart Wealth” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และพันธมิตรระดับโลก เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินและการลงทุนแบบครบวงจร

โอกาสนี้ SCB WEALTH ได้นำเสนอ VAULT Framework เพื่อใช้เป็นกรอบในการวางแผนและบริหารทรัพย์สินใน 5 มิติ ได้แก่ การสร้างรายได้ การสร้างความเติบโตของทรัพย์สิน การบริหารความเสี่ยง การจัดการสภาพคล่อง และการคว้าโอกาสการลงทุนระยะสั้น โดยมุ่งเชื่อมโยงการบริหารความมั่งคั่งให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของลูกค้า ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Your Trusted Wealth Banking Partner” ภายใต้แนวคิด “Your Success. Our Success.”

งานสัมมนาดังกล่าวได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูล นำโดย นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of Wealth Business และ นายศรชัย สุเนต์ตา CFA, Deputy Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมด้วยพันธมิตรระดับโลกและบริษัทในกลุ่ม SCB

ได้แก่ Mr. Navin Saigal, Managing Director and Head of Global Fixed Income, Asia Pacific จาก BlackRock และ Mr. Zach Bevevino, CFA, Managing Director and Multi-Asset Strategies & Solutions (MASS) Strategist จาก BlackRock รวมถึง นางสาวนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) และนายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา Offshore Investment Team Lead บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (Innovest X)

สำหรับมุมมองด้านการลงทุน เวทีสัมมนาได้เสนอแนะแนวทางจัดพอร์ตแบบ Multi-Asset เพื่อรับมือกับตลาดการเงินที่ยังคงผันผวนและการกระจุกตัวของผลตอบแทนในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี AI ขนาดใหญ่ โดยแนะนำให้คงกลยุทธ์การลงทุนแบบ Core + Opportunity เพื่อให้นักลงทุนสามารถรักษาสถานะการลงทุน (Stay Invested) และบรรลุเป้าหมายระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ กองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Liquid Alternative และ Structured Notes เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

Back to top button