FLE ลงสนามเทรด mai พรุ่งนี้! ชูผู้นำระบบน้ำครบวงจร สยายปีกรับ Data Center

FLE พร้อมลั่นระฆังเข้าเทรด mai วันที่ 1 ก.ย. 69 ชูนวัตกรรมบริหารจัดการน้ำครบวงจร พร้อมสยายปีกรับเมกะเทรนด์ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI หนุน New S-Curve สร้างการเติบโตยั่งยืน


วันนี้ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” จะพาไปทำความรู้จักหุ้นไอพีโอน้องใหม่ป้ายแดงตัวที่ 2 ของช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE ที่เตรียมจะลั่นระฆังเข้าซื้อขาย (เทรด) ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม ในวันที่ 1 กันยายน 2569 นี้ หลังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) หมดเกลี้ยง จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 33.33% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ที่ราคาหุ้นละ 1.23 บาท ในช่วงวันที่ 21 และ 24-25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยได้รับเงินระดมทุน 123 ล้านบาท

โดยได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนอย่างคึกคัก สะท้อนความสนใจต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะโอกาสจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และ Data Center ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ถือเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่น่าจับตา และเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดธุรกิจของบริษัท

นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FLE เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและให้บริการให้เช่าเครื่องสูบน้ำรวมถึงงานเหมาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของงานชลประทาน งานระบบส่งน้ำและงานระบบโซลาร์เซลล์ ตลอดจนการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่าย ได้แก่ บริการติดตั้ง บริการทดสอบ และบริการซ่อมบำรุง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการจำหน่ายสินค้าภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ที่เป็นของบริษัทเองที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม เพื่อให้มีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น และบริษัทมีการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ งานติดตั้ง งานทดสอบ และงานซ่อมบำรุง พร้อมทั้งบริษัทยังมีโรงงานประกอบและศูนย์ทดสอบเครื่องสูบน้ำ เพื่อควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนส่งมอบลูกค้า

ทั้งนี้ บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้บริการที่ทันสมัยครอบคลุมทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร (One Stop Service) ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ จนถึงการบำรุงรักษาและบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างความพึงพอใจอย่างยั่งยืนในทุกโครงการที่บริษัทมีส่วนร่วม

โดยการดำเนินธุรกิจของ FLE สามารถแบ่งได้ 5 กลุ่มประเภทธุรกิจ ดังนี้ 1.ธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, 2.ธุรกิจจัดหาและจำหน่ายพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, 3.ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ, 4.ธุรกิจรับเหมาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของงานชลประทาน งานระบบส่งน้ำ และงานระบบโซลาร์เซลล์ และ 5.ธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่าย

นำเงินระดมทุนขยายการลงทุน

สำหรับวัตถุประสงค์ในการใช้เงินระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะแบ่งใช้ 4 ส่วน ประกอบด้วย 1.ลงทุนในธุรกิจให้เช่า (Rental Business) บริษัทวางแผนใช้เงินประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับแผนธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจโครงการด้านน้ำของบริษัท ซึ่งปัจจุบันเครื่องสูบน้ำมีความต้องการสูงจากโครงการภาครัฐ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณจัดซื้อ และการลงทุนในเรือขุด ซึ่งมีมูลค่าต่อลำค่อนข้างสูง เพื่อรองรับความต้องการเช่าจากลูกค้ารายเดิมในการขุดลอก

2.ขยายกำลังการผลิต บริษัทมีแผนใช้เงินประมาณ 15 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขยายพื้นที่บ่อทดสอบและโรงทดสอบเครื่องสูบน้ำ รวมถึงลงทุนในระบบพลังงานทางเลือก (Solar Cell) สำหรับโรงงานที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อขยายกำลังการผลิตของโรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนด้านพลังงานและรองรับการขยายตัวของธุรกิจ

3.ใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ บริษัทจะใช้เงินประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงิน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและเสริมสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น และ 4.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการรองรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก

ผู้นำธุรกิจระบบน้ำครบวงจร 

1.FLE เป็นผู้ให้บริการด้านระบบสูบน้ำและระบายน้ำแบบครบวงจร (One Stop Solution Provider) ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้บริการตั้งแต่การออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบระบบ ตลอดจนบริการหลังการขาย, 2.FLE มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจมากกว่า 20 ปี (Proven Track Record) พร้อมทีมวิศวกรและบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวราญเฉพาะทางด้านระบบสูบน้ำ

3.FLE มีฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน (Diversified Customer Base) มีผลงานโครงการด้านระบบบริหารจัดการน้ำหลากหลายประเภททั่วประเทศ, 4.FLE มีพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก (Global Strategic Partners) นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้มาตรฐานระดับสากล จากคู่ค้าชั้นนำในหลากหลายประเทศทั่วโลก และ 5.FLE มีนวัตกรรม Smart Water Management (SWM) ที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม มีนวัตกรรมของตนเองที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และการให้บริการด้วย loT / Data Analytics / Automation

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมมีสัดส่วน 67% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ติด Silent Period ระยะเวลา 1 ปี สัดส่วน 55% ส่วนที่เหลือกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมพร้อมใจกัน Lock-up หุ้น 100% สะท้อนความมั่นใจต่อศักยภาพธุรกิจและโอกาสการเติบโตของ FLE ในระยะยาว

เทรนด์ Data Center สร้าง New S-Curve 

นายภาณุ กล่าวอีกว่า บริษัทมีเป้าหมายเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา FLE มีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณเกือบ 400 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจาก ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ที่มีอยู่ 288 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถส่งมอบ Backlog จำนวน 288 ล้านบาท ได้เกือบทั้งหมดได้ภายในสิ้นปี 2569 นี้

ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของ FLE มาจากภาครัฐประมาณ 80% และภาคเอกชน 20% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากภาคเอกชนให้มากขึ้นเป็น 50% ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยจะเน้นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และงานป้องกันน้ำท่วม เป็นหลัก

ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีเม็ดเงินลงทุนในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ที่ได้รับอนุมัติแล้วกว่า 1.6 ล้านล้านบาท  โดยมีผู้เล่นระดับโลกอย่าง AWS ที่ลงทุนกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ Google ที่ลงทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ในชลบุรีและกรุงเทพฯ รวมถึง Microsoft ที่ประกาศจัดตั้ง Data Center Region ในไทย โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบน้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งคือ ดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่งมีการใช้พลังงานสูงถึง 50-200 MW ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมหาศาลเพื่อระบายความร้อน (Cooling) ให้กับระบบ โดยพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักจะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ชลบุรี และระยอง และทั้งหมดนี้คือโอกาสในการเติบโตของ FLE

อย่างไรก็ตาม การรุกเข้าสู่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์นับเป็นการสร้าง New S-Curve ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยงานระบบน้ำและวิศวกรรมในดาต้าเซ็นเตอร์นั้น มีสัดส่วนสูงถึง 30-40% ของงบลงทุนทั้งหมด และมีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) อยู่ที่ 20-30% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจและใกล้เคียงกับงานภาครัฐในปัจจุบัน และด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน FLE มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Water Infrastructure & Utility Engineering สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศไทยอย่างเต็มตัว

Back to top button