SAV ลุ้นเที่ยวบินครึ่งหลังฟื้น จ่อชิง 2 งานใหม่ 3.2 พันล้าน โบรกเคาะเป้าสูงสุด 18 บาท

บล.พาย-บล.กรุงศรี มอง SAV เตรียมรับเที่ยวบินกัมพูชาฟื้นตัว โดยเฉพาะเที่ยวบินผ่านน่านฟ้า พร้อมลุ้นประมูลงานใหม่กว่า 3.2 พันล้านบาท ชูปันผลสูง 6-8% แนะนำ “ซื้อ” เป้าสูงสุด 18 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หลังปริมาณเที่ยวบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาเริ่มฟื้นตัวจากฐานต่ำในไตรมาส 2/2569 ขณะที่บริษัทยังมีโอกาสเข้าประมูลงานใหม่รวมกว่า 3,200 ล้านบาท

บล.พาย ระบุว่า ธุรกิจของ SAV มีความเสี่ยงในการดำเนินงานค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเป็นบริการที่สายการบินทุกแห่งจำเป็นต้องใช้ โดยคาดว่าผลประกอบการช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะฟื้นตัว หลังได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางในไตรมาส 2/2569 ซึ่งส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศลดลง

สำหรับไตรมาส 2/2569 SAV มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 16% จากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้อยู่ที่ 451 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน

จำนวนเที่ยวบินรวมอยู่ที่ 29,696 เที่ยวบิน ลดลง 2% จากปีก่อน และลดลง 12% จากไตรมาสก่อน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 1,066 เที่ยวบิน ลดลง 17% จากปีก่อน เที่ยวบินระหว่างประเทศ 6,451 เที่ยวบิน ลดลง 7% และเที่ยวบินผ่านน่านฟ้า 22,179 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 0.4% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 52.9% จาก 52.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 52.8% ในไตรมาสก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 66 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นภายหลังการย้ายสำนักงานใหม่ ส่งผลให้ครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 266 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน

ด้านแนวโน้มไตรมาส 3/2569 SAV เปิดเผยว่า ปริมาณเที่ยวบินในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมกลับมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินผ่านน่านฟ้า จากการเดินทางที่ฟื้นตัวและผลกระทบจากพายุในทะเลจีนใต้ ซึ่งทำให้สายการบินเวียดนามปรับเส้นทางมาบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชามากขึ้น

นอกจากนี้ การที่กัมพูชากลับมาเปิดให้เที่ยวบินเช่าเหมาลำกับประเทศจีน ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน-15 ตุลาคม 2569 ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนจำนวนเที่ยวบินและรายได้ในสกุลเงินหยวนให้เพิ่มขึ้น

บล.พายจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลง 3% มาอยู่ที่ 584 ล้านบาท แต่ยังเติบโต 7% จากปีก่อน พร้อมประเมินว่าแนวโน้มกำไรจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี

ขณะที่ บล.กรุงศรี ระบุว่า ปริมาณเที่ยวบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน และเร่งตัวเป็นระดับมากกว่า 10% ในเดือนสิงหาคม หนุนให้กำไรไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวจากฐานต่ำในไตรมาสก่อน และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

ฝ่ายวิจัยคาดว่า SAV จะมีกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 550 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 615 ล้านบาทในปี 2570 หรือเติบโตราว 12% ตามการฟื้นตัวของปริมาณเที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินจากจีนและเวียดนาม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรวมประมาณ 30-40% ของเที่ยวบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชา

สำหรับโอกาสทางธุรกิจ SAV เตรียมเข้าร่วมประมูลงานติดตั้งระบบตรวจจับสิ่งแปลกปลอมบนทางวิ่งของท่าอากาศยานไทย (AOT) มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งเลื่อนการประมูลจากเดือนสิงหาคมเป็นเดือนตุลาคม 2569 โดยเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรในสัดส่วน 50:50 และคาดว่าจะมีอัตรากำไรประมาณ 12-14% หากชนะงานจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2570

นอกจากนี้ ยังมีงานจัดหาอุปกรณ์บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด มูลค่าประมาณ 1,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประเมินไว้ 1,100 ล้านบาท คาดเปิดประมูลช่วงปลายปี 2570 และมีอัตรากำไรประมาณ 6-8% รวมมูลค่าโครงการที่มีโอกาสเข้าประมูลมากกว่า 3,200 ล้านบาท

ทั้งนี้ บล.กรุงศรียังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SAV ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 18 บาท มองว่าหุ้นมีความน่าสนใจจากปริมาณเที่ยวบินที่ฟื้นตัว อายุสัมปทานคงเหลือมากกว่า 25 ปี ถึงปี 2594 โอกาสได้รับงานใหม่ และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 6-8% ต่อปี ขณะที่ บล.พายแนะนำ “ซื้อ” เช่นกัน ให้มูลค่าเหมาะสม 14.60 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 ที่ 16 เท่า ตามบทวิเคราะห์วันที่ 2 กันยายน 2569

Back to top button