JMART-SGC รับเกณฑ์คุม Non-Bank-BNPL ชูยอดสินเชื่อใหม่ทะลุ 2 หมื่นล้าน

JMART มองการยกระดับกำกับดูแล Non-Bank และ BNPL เป็นบวกต่ออุตสาหกรรม ช่วยสร้างมาตรฐานการแข่งขันและคุ้มครองผู้บริโภค ด้าน SGC พร้อมปรับตัวตามเกณฑ์ใหม่ หลังยอดสินเชื่อสะสม SG FINANCE+ ทะลุ 20,000 ล้านบาท


นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า กลุ่มเจมาร์ทมองการยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจ Non-Bank และบริการสินเชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) เป็นทิศทางเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม เนื่องจากจะช่วยสร้างมาตรฐานการแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภคให้ชัดเจนขึ้น ขณะที่บริษัทในกลุ่มมีความพร้อมรองรับหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นขึ้น

ปัจจุบันบริการสินเชื่อและ Digital Lending มีบทบาทต่อผู้บริโภคเพิ่มขึ้น การมีมาตรฐานกำกับดูแลที่ชัดเจนจึงช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของคุณภาพสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

สำหรับกลุ่มเจมาร์ทให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจการเงินควบคู่กับหลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) มาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทในกลุ่มที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อได้พัฒนากระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง และการดูแลคุณภาพพอร์ตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับทิศทางการกำกับดูแลที่มีความเข้มข้นมากขึ้น และสนับสนุนการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศธุรกิจของกลุ่มเจมาร์ท ดำเนินธุรกิจสินเชื่อภายใต้ใบอนุญาตและหลักเกณฑ์ตามกฎหมายของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

SGC มีระบบรองรับการดำเนินธุรกิจตั้งแต่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การกำหนดวงเงิน การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ตลอดจนการติดตามคุณภาพสินเชื่อ เพื่อควบคุมความเสี่ยงและดูแลผู้บริโภคอย่างเหมาะสม

ด้านนายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ SGC กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone ผ่านแพลตฟอร์ม SG FINANCE+ อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่สะสมมากกว่า 20,000 ล้านบาท สะท้อนการตอบรับของตลาดและศักยภาพของธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ทิศทางการยกระดับการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สอดคล้องกับแนวทางที่ SGC ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทดำเนินงานตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อแต่ละประเภท

นอกจากนี้ SGC ยังยึดหลัก Responsible Lending และให้ความสำคัญกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพื่อให้การขยายธุรกิจเป็นไปอย่างเหมาะสม พร้อมวางระบบรองรับในหลายด้าน ทั้งกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง การดำเนินงานภายใต้กรอบของหน่วยงานกำกับดูแล และการคุ้มครองผู้บริโภค

SGC จะติดตามรายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเมื่อมีความชัดเจน และสนับสนุนการขยายธุรกิจอย่างมีคุณภาพภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมาะสม

Back to top button