“ทองนิวยอร์ก” ร่วง 1.39% หลังจ้างงานสหรัฐแกร่ง หนุน “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วง 1.39% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด ดันตลาดเพิ่มน้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย.เป็น 65% พร้อมจับตา CPI-PPI สัปดาห์หน้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ (4 ก.ย.) หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนนี้ ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 63.30 ดอลลาร์ หรือ 1.39% ปิดที่ระดับ 4,476.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์

รายงานระบุว่า การจ้างงานของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนส.ค. ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างหนัก เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานและภาพรวมของรายงานออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เว้นแต่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์หน้าจะออกมาอ่อนแอ

ด้านราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นสะท้อนว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 65% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. เพิ่มขึ้นจากประมาณ 55% ก่อนกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานการจ้างงาน

ขณะนี้ นักลงทุนหันไปจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ทั้งดัชนี CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นภายหลังการเปิดเผยรายงานการจ้างงาน ทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น และเป็นอีกปัจจัยกดดันราคาทองคำ

Back to top button