KKPS อัพเกรด THAI แนะนำ “ซื้อ” เป้าใหม่ 9.20 บาท คาดกำไร Q3 แตะ 3 พันลบ.

KKPS ปรับคำแนะนำ THAI จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 9.20 บาท คาดกำไร Q3/69 แตะ 2,000-3,000 ล้านบาท รับค่าโดยสารสูง มาร์เก็ตแชร์เพิ่ม และต้นทุนน้ำมันเครื่องบินลดลง


บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 9 ก.ย.69 ว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีทิศทางแข็งแกร่งขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากค่าโดยสารที่อยู่ในระดับสูง การขยายส่วนแบ่งตลาด และโมเมนตัมกำไรที่คาดว่าจะเร่งตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2570

ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า THAI มีปัจจัยบวกสำคัญ 3 ประการ ประการแรกคือ การปรับเพิ่มค่าโดยสารซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารเป็นอย่างดี โดยอัตราผลตอบแทนจากผู้โดยสาร หรือ Passenger Yield เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 1/2569 นับเป็นการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในกลุ่มสายการบินภูมิภาค

ขณะเดียวกัน THAI สามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานไว้ที่ 6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสายการบินในภูมิภาคที่ระดับ 4% สะท้อนความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนและการกำหนดราคาค่าโดยสารที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับไตรมาส 3/2569 แนวโน้มรายได้จากผู้โดยสารต่อระยะทาง หรือ Revenue Passenger Kilometer (RPK) เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราการลดลงแคบลงจาก 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2/2569 เหลือลดลงเพียง 2% ในเดือน ก.ค. และมีโอกาสกลับมาเป็นบวกตั้งแต่เดือน ส.ค. เป็นต้นไป ส่วน Passenger Yield คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 10%

ปัจจัยบวกประการที่สองคือ THAI สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากทั้งสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินตะวันออกกลาง หลังสายการบินต้นทุนต่ำปรับลดกำลังการให้บริการในเส้นทางระหว่างประเทศระยะสั้นและเส้นทางภายในประเทศ ส่งผลให้ส่วนแบ่งของ THAI ในจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของสายการบินไทยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 30% ก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นประมาณ 40% ภายหลังเกิดความขัดแย้ง

แม้สายการบินจากตะวันออกกลางจะเริ่มกลับมาเพิ่มเที่ยวบิน แต่จำนวนผู้โดยสารต่อระยะทางในเส้นทางตะวันออกกลาง-เอเชียยังลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือน ก.ค. สวนทางกับเส้นทางยุโรป-เอเชียที่เพิ่มขึ้น 12% สะท้อนว่าผู้โดยสารบางส่วนเปลี่ยนมาเลือกเที่ยวบินตรงมากขึ้น แทนการต่อเครื่องผ่านศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อ THAI

ปัจจัยบวกประการที่สามคือ โมเมนตัมกำไรที่มีแนวโน้มเร่งตัว โดย KKPS คาดว่ากำไรหลักของ THAI จะเพิ่มขึ้นจาก 1,200 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 เป็นประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทในไตรมาส 3/2569 ก่อนเร่งตัวขึ้นอีกในไตรมาส 4/2569 และต่อเนื่องถึงปี 2570

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ตั้งสมมติฐานว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในตลาดซื้อขายทันทีจะลดลงจากเฉลี่ย 145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2568 เหลือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและสนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการ

KKPS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ THAI ในช่วงปี 2569-2571 ขึ้นประมาณ 1-5% โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะอยู่ที่ 19,332 ล้านบาท ก่อนเพิ่มขึ้น 24% เป็น 23,973 ล้านบาทในปี 2570 และเพิ่มขึ้นอีก 15.2% เป็น 27,623 ล้านบาทในปี 2571

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทรงตัวในระดับสูงกว่าคาด ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนและประมาณการกำไรของบริษัท

ล่าสุด KKPS ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น THAI จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.20 บาท จากเดิม 7.00 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2570 ที่ 11.3 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 4.5 เท่า พร้อมลดส่วนลดเมื่อเทียบกับหุ้นสายการบินในภูมิภาคจาก 30% เหลือ 20% หลังมองว่าอัตราผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงกลับมาอยู่ในระดับน่าสนใจ

Back to top button