
WHAUP ลุ้นกำไรไตรมาส 3 แตะ 500 ล้าน รับยอดขายน้ำโต 10% โบรกเชียร์ซื้อ 9.70 บาท
บล.กรุงศรีคาด WHAUP ทำกำไรปกติไตรมาส 3/69 ราว 500 ล้านบาท รับปริมาณขายน้ำโต 9-10% ส่วนแบ่งกำไร Gheco-One ฟื้น พร้อมได้อานิสงส์ Data Center หนุนดีมานด์น้ำ-ไฟฟ้าระยะยาว คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 9.70 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ (9 ก.ย.69) ว่า กรณีบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP แจ้งความคืบหน้าคดีข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้สิทธิขายหุ้นคืน หรือ Exit Option ในโครงการ Duong River ประเทศเวียดนาม โดยศาลอุทธรณ์นครโฮจิมินห์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและยกคำร้องของ WHAUP ถือเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบเป็นกลางต่อบริษัท
ข้อพิพาทดังกล่าวเกิดจากคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น ส่งผลให้ WHAUP ใช้สิทธิเรียกร้องให้คู่กรณีซื้อหุ้นในโครงการ Duong River คืน
ก่อนหน้านี้ WHAUP เป็นฝ่ายชนะในชั้นอนุญาโตตุลาการ แต่ภายหลังคำชี้ขาดดังกล่าวถูกศาลชั้นต้นเพิกถอน ทำให้บริษัทต้องดำเนินกระบวนการทางกฎหมายผ่านศาลเวียดนามต่อเนื่อง กระทั่งศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินล่าสุดให้ยืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
อย่างไรก็ตาม WHAUP ยังสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาของเวียดนามพิจารณาคดีได้ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางดำเนินการในลำดับต่อไป
บล.กรุงศรีประเมินแนวทางของคดีไว้ 2 กรณี ได้แก่ กรณีแรก หาก WHAUP ไม่สามารถใช้สิทธิขายหุ้นคืนได้ บริษัทยังคงถือหุ้นและรับรู้ผลการดำเนินงานจากโครงการ Duong River ต่อไปตามปกติ ซึ่งเป็นสมมติฐานกรณีฐานในปัจจุบัน
ส่วนกรณีที่สอง หาก WHAUP ชนะคดีในศาลสูงสุด และสามารถใช้สิทธิขายหุ้นคืนได้ในอนาคต จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อบริษัท ด้วยเหตุนี้จึงคาดว่า WHAUP จะไม่ต้องตั้งสำรองจากข้อพิพาทดังกล่าว
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ บล.กรุงศรีคงประมาณการกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ที่ประมาณ 500 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน แม้ฐานกำไรในไตรมาส 3/2568 อยู่ในระดับสูง
ปัจจัยสนับสนุนมาจากค่าความพร้อมจ่าย หรือ Capacity Charge ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ขณะที่ปริมาณจำหน่ายน้ำมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นประมาณ 9-10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Gheco-One มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับประโยชน์จากผลขาดทุนของสินค้าคงเหลือถ่านหินที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้นได้
ส่วนแนวโน้มการลงทุน Data Center ภายหลังการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 มีสัญญาณว่าการเปิดรับการลงทุนใหม่อาจกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ที่มีความชัดเจนมากขึ้นภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า
ความคืบหน้าดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อ WHAUP ในระยะยาว เนื่องจากการขยายตัวของ Data Center ภายในนิคมอุตสาหกรรมจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำและไฟฟ้าจากลูกค้า พร้อมสนับสนุนโอกาสการเติบโตของธุรกิจสาธารณูปโภค
ทั้งนี้ บล.กรุงศรีคงคำแนะนำ “ซื้อ” WHAUP และราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 9.70 บาทต่อหุ้น อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่าแบบรวมส่วนธุรกิจ หรือ SOTP โดยมองว่า WHAUP เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการลงทุน Data Center ในประเทศไทย ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่แพง โดยซื้อขายบนอัตราส่วน PEG เฉลี่ย 3 ปีข้างหน้าเพียง 0.74 เท่า จึงมองว่าระดับราคาปัจจุบันเป็นจังหวะเข้าซื้อ
