
“เงินบาท” แข็งค่าตามภูมิภาค จับตาน้ำมัน-ตะวันออกกลาง-ฟันด์โฟลว์
KBANK ชี้เงินบาทเช้านี้แข็งค่าแตะ 32.88-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามทิศทางเงินเยนที่ได้แรงหนุนจากการซื้อคืนเยนและคาดการณ์ BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย แต่กรอบแข็งค่ายังจำกัด หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล และต่างชาติส่งสัญญาณขายสุทธิพันธบัตรไทย ประเมินกรอบวันนี้ 32.80-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาเยน ราคาทองคำ ฟันด์โฟลว์ และตัวเลขเงินเฟ้อจีนเดือนส.ค.
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) ในกลุ่มธุรกิจธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ระบุว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.88-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (8.50 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามทิศทางเงินเยน ซึ่งยังคงมีแรงหนุนจากการปรับโพสิชันด้วยการซื้อคืนเงินเยน (เนื่องจากกังวลเรื่องการเข้าแทรกแซงตลาดของทางการญี่ปุ่น) และการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นในการประชุมสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดี กรอบการแข็งค่าของเงินบาทในระหว่างวันอาจเป็นไปอย่างจำกัดท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น [BRENT ส่งมอบเดือนพ.ย. ขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล] ประกอบกับเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากสัญญาณขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.80-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามจะอยู่ที่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินเยน/ราคาทองคำ ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ รวมถึงตัวเลข CPI และ PPI เดือนส.ค. ของจีน