กระหึ่ม! GULF ควง Singtel ลงทุนเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย-สิงคโปร์-เวียดนาม ปักหมุดซีโอดีปี 73

GULF ส่งบริษัทย่อย Gulf Edge จับมือ Singtel พัฒนาโครงการเคเบิลใต้น้ำ “VTS” เชื่อมเวียดนาม-ไทย-สิงคโปร์ เสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับ Data Center-Cloud-AI ตั้งเป้าเปิดบริการเชิงพาณิชย์ปี 2573


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ก.ย.69) บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ จำกัด (Gulf Edge) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้นทางอ้อม 100% และ Singapore Telecommunications Limited หรือ Singtel ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบเคเบิลใต้น้ำเวียดนาม-ไทย-สิงคโปร์ (Vietnam-Thailand-Singapore: VTS)

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมต่อภายในภูมิภาค และรองรับความต้องการใช้บริการคลาวด์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ข้อมูล และบริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2573

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานศักยภาพของ GULF ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจดิจิทัล เข้ากับความเชี่ยวชาญของ Singtel ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบเคเบิลใต้น้ำระดับสากล เพื่อพัฒนาโครงข่ายรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศที่มีความมั่นคง มีเส้นทางเชื่อมต่อหลากหลาย และมีประสิทธิภาพสูง

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Singtel นับเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและ AI ของอาเซียน

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสององค์กรจะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจดิจิทัล ตลอดจนสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้าน นายหยวน กวน มูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Singtel Group กล่าวว่า ประเทศไทยและสิงคโปร์ต่างมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับ GULF จะผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบเคเบิลใต้น้ำ เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการคลาวด์ AI ศูนย์ข้อมูล และบริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ พร้อมสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลในระยะต่อไปของภูมิภาค

สำหรับการดำเนินงานในระยะแรก ทั้งสองฝ่ายจะเข้าร่วมพัฒนาโครงการ Vietnam-Thailand-Singapore (VTS) Cable System ซึ่งเป็นระบบเคเบิลใต้น้ำเชื่อมโยงเวียดนาม ไทย และสิงคโปร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศ และยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมต่อภายในภูมิภาค

โดย Singtel Singapore และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของสิงคโปร์และประเทศไทยตามลำดับ จะนำความเชี่ยวชาญด้านตลาด ศักยภาพของโครงข่ายการเชื่อมต่อ และฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง มาสนับสนุนการพัฒนาและการให้บริการเชิงพาณิชย์ของโครงการ

โครงการ VTS Cable System มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2573 และจะทยอยลงทุนตามแผนการดำเนินงานระยะยาว ขณะเดียวกัน GULF และ Singtel อาจพิจารณาโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในโครงข่ายเคเบิลภาคพื้นดินและโครงการเคเบิลใต้น้ำอื่น ๆ ในอนาคต

GULF ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล บริการคลาวด์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะที่ความต้องการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น การมีโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่มีความมั่นคงและประสิทธิภาพสูง จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือดังกล่าวยังตอกย้ำบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมต่อดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมโยงสองประเทศซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจดิจิทัลสำคัญของภูมิภาค จะช่วยรองรับความต้องการด้านการเชื่อมต่อที่มีความมั่นคง หลากหลาย และมีประสิทธิภาพสูงของภาคธุรกิจ ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการ Hyperscale และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดจากการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่าง GULF และ Singtel Group ในประเทศไทย ทั้งในธุรกิจโทรคมนาคมและศูนย์ข้อมูล พร้อมเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือไปสู่โอกาสการลงทุนใหม่ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งเสริมนวัตกรรม และร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

Back to top button