GULF พอร์ตวินด์ฟาร์มพุ่ง 1,058 MW ดันกำไรปีละ 2 พันล. โบรกชูเต็งหนึ่ง PDP 2026 เป้า 82 บ.

GULF เดินหน้าตอกย้ำเกมพลังงานสะอาด หลังลงนาม PPA โรงไฟฟ้าพลังงานลม 4 โครงการ กำลังผลิตรวม 346.5 เมกะวัตต์ กับ กฟผ. หนุนพอร์ตพลังงานลมในไทยทะลุ 1,058.5 เมกะวัตต์ คาด COD ครบทั้งหมด 14 โครงการ ภายในปี 73 สร้างกำไรปีละ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ 4 โครงการล่าสุดเตรียมดันกำไรเพิ่มราว 500 ล้านบาทต่อปี ด้านโบรกฯ ประสานเสียง “ซื้อ” ชู GULF ตัวเต็งรับ PDP 2026-Direct PPA-Data Center เคาะเป้าหมาย 75-82 บาท อัพไซด์ยังเปิดกว้าง


นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ตามที่บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (GRE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้น 50% ในบริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (BSWPH) เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 5 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 436.5 เมกะวัตต์ ร่วมกับบริษัท แอคซิโอนา เอเนอร์เจีย (ไทยแลนด์) จำกัด

จากก่อนหน้านี้บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 31 จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90.0 เมกะวัตต์ กำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2570 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 5 โครงการดังกล่าว ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นที่เรียบร้อยเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เหลือ จำนวน 4 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 346.5 เมกะวัตต์ (MW) ภายใต้บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด  (BSWPH) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี ครบทั้งหมดแล้ว โดยโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ดังต่อไปนี้ 1. บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 36 จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2572

2.บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 52 จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2572,  3. บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 39 จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2572 และ 4. บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 3 จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 76.5 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2573

“หลังจากที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 4 โครงการเปิดดำเนินการแล้ว จะสร้างกำไรมาที่ GULF ประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี” นางสาวยุพาพิน กล่าว

โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 4 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 346.5 เมกะวัตต์เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายใต้กลุ่มบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (GRE) ที่ได้รับการคัดเลือกตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567-2573 โดยโครงการพลังงานลมมีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่ 3.1014 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญาการซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวจะช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง และช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมให้ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมตลอดอายุสัญญา เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีราคาขายไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาค่าไฟเฉลี่ยในปัจจุบัน

นางสาวยุพาพิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย ที่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. แล้วทั้งสิ้น 14 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 1,058.5 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2570-2573 โดยเมื่อ COD ครบทั้งหมดแล้ว จะสร้างกำไรให้กับ GULF ปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท

ด้านนายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” GULF ด้วยราคาเป้าหมายที่ 82 บาท แนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) ธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น GULF ให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2570 ที่ 80 บาท มองเป็นโอกาสทยอยสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว รองรับการเติบโตของกำไรในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า อีกทั้ง GULF ยังมีความได้เปรียบในการเข้าสู่รอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ โดยเฉพาะจากแผน PDP 2026

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ปรับมุมมองต่อกลุ่มสาธารณูปโภคไทยเป็นเชิงบวกมากขึ้น หลังมองเห็นสัญญาณการเติบโตจากกระแสเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวของประเทศไทย โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) สำหรับกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงโอกาสเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026

โดย KKPS ระบุว่า การปรับสมมติฐานการดำเนินงาน และการนำรายได้จากธุรกิจ Direct PPA ช่วงปี 2572-2573 เข้ามาคำนวณ ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570-2573 ของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12-26% สำหรับผลบวกจากการประมูลโครงการภายใต้ PDP ในอนาคตยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายปัจจุบัน จึงยังมีโอกาสเกิดอัพไซด์เพิ่มเติม

ทั้งนี้คำแนะนำการลงทุน KKPS ปรับราคาเป้าหมายใหม่ของ GULF เป็น 75 บาท โดยมองว่า GULF มีความได้เปรียบในการแข่งขันสูงสุด หากมีการเปิดประมูลโครงการใหม่ภายใต้ PDP 2026 เนื่องจากมีศักยภาพด้านการเงิน การลงทุน และการดำเนินโครงการที่แข็งแกร่ง

รายงานจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า สำหรับกรอบกำหนดเวลาการผลักดันแผน PDP 2026 คณะทำงานฯ กระทรวงพลังงานจะรวบรวมคำถามและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงแผน PDP 2026 ในช่วงเดือนตุลาคมนี้จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และจากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามลำดับ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนอย่างเป็นทางการในช่วงพฤศจิกายน หรือภายในไตรมาส 4/2569

Back to top button