
SPREME ลุ้นโตต่อ รับรายได้ประจำเพิ่ม ตุนแบ็กล็อก 5.65 พันลบ. ทยอยรับรู้ถึงปี 74
SPREME เดินหน้าครึ่งปีหลัง เร่งส่งมอบงาน SI-เพิ่มรายได้ประจำจากธุรกิจเช่าและบำรุงรักษาระบบไอที พร้อมตุนแบ็กล็อก 5.65 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ถึงปี 2574 หนุนเป้ารายได้ปี 69 ทำสถิติสูงสุดใหม่
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทเตรียมเร่งส่งมอบงาน System Integration (SI) ที่อยู่ระหว่างเตรียมส่งมอบในไตรมาส 3/2569 ควบคู่กับการทยอยรับรู้รายได้จากสัญญาเช่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าเข้าประมูลโครงการให้เช่าและบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดเล็กถึงกลางเพิ่มเติม เพื่อกระจายฐานลูกค้าและเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ
ทั้งนี้ SPREME เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจจากการพึ่งพารายได้จากการขายและติดตั้ง ไปสู่ธุรกิจที่มีรายได้ประจำมากขึ้น ผ่านสัญญาให้เช่าอุปกรณ์และการบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างฐานรายได้ในระยะยาว โดยรายได้จากธุรกิจให้บริการและให้เช่าเติบโตมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 38% จากไตรมาสก่อน สอดรับกับการขยายตัวของโครงการเช่าระยะยาว
ขณะเดียวกัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมี Backlog รวม 5,651.80 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญที่รองรับการเติบโตในระยะยาว โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ประมาณ 919.41 ล้านบาท แบ่งเป็นงานจำหน่ายพร้อมติดตั้ง 267.79 ล้านบาท และงานบริการ/ให้เช่า 651.62 ล้านบาท ส่วนปี 2570 คาดว่าจะรับรู้ประมาณ 1,214.41 ล้านบาท และช่วงปี 2571–2574 อีกกว่า 3,517.98 ล้านบาท
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการ Anywhere Anytime สำหรับจำหน่ายและให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน ซึ่งบริษัทส่งมอบแล้วกว่า 230,000 ชุด ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โครงการดังกล่าวสร้างรายได้รวม 374.86 ล้านบาท คิดเป็น 72.53% ของรายได้จากธุรกิจให้บริการ รวมถึงโครงการศูนย์อินเทอร์เน็ตสาธารณะ หรือ USO Net ร่วมกับ กสทช. ซึ่งอยู่ระหว่างทยอยส่งมอบ
นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างธุรกิจสะท้อนผ่าน EBITDA Margin ในไตรมาส 2/2569 ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56.88% จาก 40.29% ในไตรมาส 1/2569 และ 25.70% ในไตรมาส 2/2568 ช่วยหนุนความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ขณะที่โครงสร้างรายได้มีสัดส่วนจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจสูงถึง 92.14% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ช่วยเพิ่มความแน่นอนของรายได้ในอนาคต
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 SPREME มีรายได้รวม 425.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 256.34 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 12.79% จากไตรมาส 1/2569 ที่ 377.11 ล้านบาท
ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 44.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 30.50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 84.28% จากไตรมาส 1/2569 ที่ 24.11 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 20.20% เพิ่มขึ้นจาก 15.04% ในไตรมาส 1/2569 และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 10.45% เพิ่มขึ้นจาก 6.39% ในไตรมาสก่อน สะท้อนการเติบโตของรายได้และประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
“บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนทางการเงินควบคู่กับการขยายธุรกิจ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง” นายภานุวัฒน์ กล่าวในที่สุด