“ฐกฤต” ชี้ SET รีบาวด์ รับเฟดตามคาด-น้ำมันอ่อนตัว ชู DELTA-THAI-KBANK เด่น

“ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” มอง SET มีโอกาสรีบาวด์ หลังผลประชุมเฟดเป็นไปตามคาด ขณะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวช่วยคลายแรงกดดันเงินเฟ้อ ชู DELTA-THAI-KBANK หุ้นเด่น พร้อมย้ำ AI Cycle ยังแข็งแรง ส่วนโรงกลั่นเหมาะ Trading มากกว่าถือยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ประจำวันที่ 17 กันยายน 2569 ว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ล่าสุดโดยรวมเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ หลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ Dot Plot ยังสะท้อนโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปี จึงไม่ได้สร้างแรงกดดันใหม่ต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และมองว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวหรือรีบาวด์ในระยะสั้น

ทั้งนี้ ตลาดรับรู้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่การประชุมที่เหลือของปีมีอีก 2 ครั้งในเดือน ต.ค. และ ธ.ค. โดยมองว่าหากเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง มีโอกาสเกิดขึ้นในการประชุมช่วงปลายปีมากกว่า เนื่องจากสหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. จึงประเมินว่าการประชุมรอบล่าสุดและสารสำคัญจากเฟดยังคงอยู่ในกรอบที่ตลาดคาดการณ์ไว้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KSS มองหุ้นเด่น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ส่งผลให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยระยะข้างหน้าผ่อนคลาย ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ อาทิ AMD, Micron และ Intel ฟื้นตัว ช่วยหนุน Sentiment ตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ในกลุ่มดังกล่าว KSS ให้น้ำหนัก บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA หลังราคาหุ้นถูกขายลงในช่วงต้นสัปดาห์ และมองว่าแรงกดดันจากประเด็นการทำ Hedging ของผู้ถือพันธบัตรได้ผ่านช่วงสำคัญไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มกำไรในปีนี้และปีหน้ายังมีโอกาสเติบโตเร่งตัว

นอกจากนี้ KSS ยังมองบวกต่อ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จากการอ่อนตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจสายการบิน หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลงจากบริเวณ 107-108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ใกล้ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานที่เริ่มคลี่คลาย ทั้งการเพิ่มช่องทางส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียผ่านโอมาน และสัญญาณการกลับเข้าสู่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ขณะเดียวกัน THAI ยังมีปัจจัยบวกจากการปรับสมดุลดัชนี FTSE ซึ่งจะมีผลในราคาปิดวันถัดไป รวมถึงแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติผ่าน NVDR ที่พบว่า THAI อยู่ในกลุ่มหุ้นที่ได้รับแรงซื้อสุทธิสูงในวันก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนการกลับมาให้น้ำหนักของนักลงทุนบางส่วน

ส่วน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ได้แรงหนุนจากสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทำให้ KSS เลือก DELTA, THAI และ KBANK เป็นหุ้นเด่นสำหรับการลงทุนในวันนี้

สำหรับกรณี ADVANC และ TRUE ที่เผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงก่อนหน้า มองว่าส่วนหนึ่งเกิดจากลักษณะของหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง ซึ่งมักถูกลดน้ำหนักเมื่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น มากกว่าจะมาจากปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอลง โดยแรงขายที่เกิดขึ้นกับหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวในภูมิภาคก่อนการประชุมเฟดสะท้อนภาพการลดความเสี่ยงของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก

ด้านประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการชะลอการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จากผู้บริหารกลุ่ม Hyperscaler มองว่าเป็นผลกระทบในเชิง Sentiment มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่ง ทั้งยอดส่งออกสินค้า ICT ของเกาหลีใต้ที่ทำระดับสูง และยอดขายของ Delta Electronics Taiwan ที่ยังเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงเชื่อว่า AI Cycle ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น

ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังเป็นปัจจัยผลักดันให้ทั้งสองประเทศเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและ AI ต่อเนื่อง ทำให้โอกาสที่สหรัฐฯ จะชะลอการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนข่าว SK Hynix หารือความร่วมมือกับ Intel ในการผลิตชิปในสหรัฐฯ สะท้อนการเร่งลงทุนและความต้องการที่ยังมีอยู่ จึงยังไม่ถือเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย

สำหรับกลุ่มโรงกลั่น KSS มองว่า ราคาหุ้นได้รับรู้ปัจจัยลบจากมาตรการเกี่ยวกับราคาหน้าโรงกลั่นไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ภาพระยะกลางของกลุ่ม Energy Security ยังได้รับแรงสนับสนุนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันยังมีอยู่ จึงมองว่ากลุ่มโรงกลั่นเหมาะกับกลยุทธ์ Trading เมื่อราคาอ่อนตัว มากกว่าการถือครองระยะยาวในช่วงนี้

Back to top button