เปิด 7 หุ้นได้ประโยชน์ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 จ่ออัดฉีด 7.1 หมื่นล้านบาท

เปิด 7 หุ้นรับอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ได้แก่ NEO-CBG-OSP-SAPPE-SNNP-BJC-COM7 หลังจ่ออัดฉีดเม็ดเงิน 3.5-7.1 หมื่นล้านบาท หนุนกำลังซื้อ-บริโภคในประเทศและยอดขายกลุ่มพาณิชย์ฟื้น


ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 ออกไปอีก 2 เดือน ครอบคลุมเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 ด้วยสูตรเดิม 60:40 โดยเบื้องต้นจะใช้งบประมาณที่เหลืออยู่ และไม่มีการโยกงบส่วนที่สอง สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมาใช้ พร้อมเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 22 กันยายน 2569

ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟสใหม่” หลังไทม์ไลน์ของมาตรการมีความชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการขยายมาตรการดังกล่าวและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมอีก 2 เดือน จะเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศในระดับสูง

โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากสัดส่วนรายได้ในประเทศ ได้แก่ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ซึ่งแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 31 บาท, บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG โดยยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 67 บาท และ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP แนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 20 บาท

สำหรับกลุ่ม Food & Beverage คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น ได้แก่

CBG มีสัดส่วนรายได้จากสินค้าแบรนด์ของบริษัทในประเทศ 35% ของรายได้รวม

OSP มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศ 66% ของรายได้รวม

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE มีสัดส่วนรายได้ในประเทศ 27% ของรายได้รวม

บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP มีสัดส่วนรายได้ในประเทศ 79% ของรายได้รวม แบ่งเป็นช่องทาง Modern Trade (MT) 65% และ Traditional Trade (TT) 35%

ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ NEO ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ในประเทศสูงถึง 92% ของรายได้รวม จึงคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวในระดับสูง ส่วน OSP มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสินค้า Personal Care ในประเทศประมาณ 12% ของรายได้รวม

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กลุ่มพาณิชย์มีปัจจัยหนุนจากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มเติมราว 3.5-7.1 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/2569 ช่วยสนับสนุนการบริโภคและการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่า บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME และ COM7 จะมีกำไรโดดเด่น โดยเติบโตประมาณ 35-45% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิของกลุ่มพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดเติบโต 9.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มพาณิชย์ที่ “NEUTRAL” พร้อมเลือก บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และ COM7 เป็นหุ้น Top Picks จากแนวโน้มกำไรในปี 2570 ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่น่าสนใจ

Back to top button