
“เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี” ทรงนำชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ สู่เวทีโตเกียว ก่อนลุ้นยูเนสโก ธ.ค.นี้
"เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ“ ทรงนำทัพ เปิดรันเวย์ "ชุดไทยพระราชนิยม“ บุกโตเกียว ตอกย้ำมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า สร้างองค์ความรู้ ยกระดับชุดไทยสู่เวทีโลก พร้อมปักหมุดลุ้นขึ้นทะเบียน มรดกโลกทางวัฒนธรรมปลายปีนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ Hyokeikan, Tokyo National Museum กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยม ภายในงาน “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2569 โดยกระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเครื่องแต่งกายไทยและงานช่างฝีมือสู่เวทีนานาชาติ

การแสดงแบบครั้งนี้นำเสนอชุดไทยพระราชนิยมครบทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ พร้อมด้วยเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 แบบ สะท้อนอัตลักษณ์ ความประณีต และพัฒนาการของเครื่องแต่งกายไทยที่สามารถเชื่อมโยงรากฐานทางวัฒนธรรมเข้ากับบริบทของสังคมร่วมสมัย
ภายในงานมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี และนายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณและงานศิลป์ชั้นสูงหลากหลายแขนง อาทิ งานเครื่องประดับและศิลปะการพันดิ้น การปักสะดึงกรึงไหม งานช่างเครื่องเงินและเครื่องทอง กระเป๋าผ้าที่ใช้เทคนิคประคบทองโบราณ ตลอดจนผ้าไหมทอลายมงคล เพื่อสะท้อนให้เห็นว่างานหัตถศิลป์ไทยมิได้เป็นเพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากยังเป็น “มรดกที่มีชีวิต” ซึ่งสามารถต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาสู่การออกแบบร่วมสมัยได้อย่างต่อเนื่อง
รากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยมสืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะเครื่องแต่งกาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย

ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการแต่งกายของสตรีไทย รวมถึงรูปแบบเครื่องแต่งกายในราชสำนักแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสมทั้งในมิติทางวัฒนธรรมและบริบทของสังคมสมัยใหม่
ชุดไทยพระราชนิยมจึงได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นต้นแบบเครื่องแต่งกายไทยร่วมสมัยที่มีความสุภาพ งดงาม และสามารถสวมใส่ได้จริงในโอกาสต่าง ๆ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในการประกอบพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ เปรียบเสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม” เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ของประเทศไทยสู่ประชาคมโลก

โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป รวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2503 ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกัน ยังเกิดความร่วมมือกับปีแยร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ผู้มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความงดงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์
สำหรับความคืบหน้าสู่เวทีโลก ในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอรายการ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
รายการดังกล่าวมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ สมัยที่ 21 ในเดือนธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันองค์ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติด้านการแต่งกายชุดไทยให้ได้รับการยอมรับและเผยแพร่ในระดับนานาชาติ

