“สหรัฐ-เดนมาร์ก” ปิดดีล “กรีนแลนด์” จับตาเกมคุมลงทุน-ทรัพยากรอาร์กติก

เดนมาร์ก-กรีนแลนด์ยืนยันข้อตกลงความมั่นคงกับสหรัฐฯ ไม่กระทบอธิปไตย แม้ “ทรัมป์” ระบุวอชิงตันจะมีบทบาทด้านความมั่นคงอย่างถาวร เปิดทางเพิ่มกำลังทหาร พร้อมสกัดคู่แข่งตั้งฐานทัพและลงทุนในกิจการอ่อนไหว นักลงทุนจับตาเกมชิงทรัพยากรสำคัญ-พลังงาน-โครงสร้างพื้นฐานอาร์กติก


ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (19 ก.ย.69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันว่า ข้อตกลงด้านความมั่นคงที่อยู่ระหว่างการจัดทำร่วมกับสหรัฐอเมริกา จะไม่กระทบต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ มีบทบาทควบคุมด้านความมั่นคงของกรีนแลนด์ในระยะยาว

ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ จะเปิดทางให้กองทัพสหรัฐฯ เพิ่มบทบาทและการประจำการในกรีนแลนด์อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดข้อจำกัดไม่ให้ประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นคู่แข่งเข้ามาจัดตั้งฐานทัพ หรือดำเนินการลงทุนในกิจการที่ถูกจัดว่า “อ่อนไหว” โดยไม่มีความเห็นชอบจากสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า สหรัฐฯ มีสิทธิด้านการบินผ่าน การเข้าถึง และการตั้งฐานในกรีนแลนด์อยู่แล้วภายใต้ข้อตกลงตั้งแต่ปี 2494 ขณะที่ข้อตกลงฉบับใหม่จะยกระดับสิทธิดังกล่าวให้มีลักษณะถาวรมากขึ้น และตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ข้อตกลงยังครอบคลุมถึงการจำกัดประเทศนอกกลุ่ม NATO ไม่ให้ตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์ รวมถึงการคัดกรองการลงทุนบางประเภท

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสำคัญยังไม่ได้รับการเปิดเผย ทั้งขนาดกำลังทหารที่สหรัฐฯ สามารถเพิ่มได้ จำนวนฐานทัพใหม่ รวมถึงขอบเขตอำนาจของวอชิงตันต่อการลงทุน นโยบายต่างประเทศ และทรัพยากรธรรมชาติของกรีนแลนด์ โดยคาดว่าข้อตกลงจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะมีความสามารถอย่างถาวรในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องความมั่นคงของกรีนแลนด์และสหรัฐฯ รวมถึงไม่อนุญาตให้ประเทศคู่แข่งจัดตั้งฐานทัพ มีสถานะทางทหาร หรือดำเนินการลงทุนที่มีความอ่อนไหวในกรีนแลนด์โดยปราศจากความเห็นชอบของวอชิงตัน (Reuters)

ด้านเดนมาร์กและรัฐบาลกรีนแลนด์ย้ำว่า ข้อตกลงไม่ได้หมายถึงการโอนอธิปไตยให้สหรัฐฯ โดยนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังรับรองอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงสิทธิของประชาชนกรีนแลนด์ในการกำหนดอนาคตของตนเอง (Reuters)

ในมุมเศรษฐกิจและการลงทุน กรีนแลนด์กำลังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นต่อมหาอำนาจ เนื่องจากพื้นที่อาร์กติกมีทั้งทรัพยากรแร่ เส้นทางเดินเรือ และพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อภาวะน้ำแข็งละลายทำให้การเข้าถึงเส้นทางเดินเรือและทรัพยากรในภูมิภาคสะดวกขึ้น (Reuters)

ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปประกาศแผนลงทุนในกรีนแลนด์วงเงิน 200 ล้านยูโร หรือราว 232 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งไปที่ แร่สำคัญ (Critical Minerals) การสื่อสารผ่านดาวเทียม และพลังงานหมุนเวียน พร้อมเสนอเพิ่มงบสนับสนุนกรีนแลนด์ในช่วงปี 2571-2577 เป็น 530 ล้านยูโร จาก 225 ล้านยูโรในกรอบงบประมาณปัจจุบัน (Reuters)

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า ประเด็นกรีนแลนด์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแข่งขันด้านการทหาร แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับการแข่งขันเพื่อควบคุม ห่วงโซ่อุปทานทรัพยากรยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ตลาดทุนทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น

สำหรับนักลงทุน ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือรายละเอียดของคำว่า “การลงทุนที่มีความอ่อนไหว” ในข้อตกลง หากขอบเขตครอบคลุมการทำเหมือง แร่หายาก พลังงาน โทรคมนาคม ดาวเทียม หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาจทำให้การแข่งขันลงทุนในกรีนแลนด์ถูกกำหนดด้วยปัจจัยด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น ไม่ใช่พิจารณาเพียงผลตอบแทนทางธุรกิจ

ขณะที่ประชาชนทั่วไปอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการแข่งขันดังกล่าว ผ่านทิศทางราคาวัตถุดิบสำคัญ ต้นทุนเทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานโลก หากความขัดแย้งด้านการเข้าถึงทรัพยากรระหว่างสหรัฐฯ ยุโรป จีน และประเทศมหาอำนาจอื่นทวีความรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ NATO ระบุว่ายินดีต่อข้อตกลง โดยมองว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคอาร์กติก ขณะที่รายละเอียดฉบับเต็มยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม หลังเดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันว่า “เส้นแดง” เรื่องอธิปไตยจะต้องได้รับการเคารพ (Reuters)

Back to top button