
“ชัยยศ” ชี้ SET พักตัวระยะสั้น! รอเจรจา “ทรัมป์-สี” ชู BDMS-GULF-GPSC เด่น
“ชัยยศ จิวางกูร” มอง SET ระยะสั้นมีโอกาสพักตัว รอความชัดเจนเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และประชุม “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ชี้น้ำมันเบรนท์หลุด 100 ดอลลาร์เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมจับตา Window Dressing ปลายไตรมาส 3/69 ชู BDMS-GULF-GPSC เด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ย.69) นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยระยะสั้นมีโอกาสเข้าสู่ช่วงพักตัว เพื่อรอความชัดเจนจากปัจจัยต่างประเทศที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน รวมถึงการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน
สำหรับการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนในวันที่ 24 ก.ย.69 ตลาดให้น้ำหนักกับประเด็นด้านการค้า ปัญญาประดิษฐ์ แร่ธาตุสำคัญ และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการลงทุนทั่วโลก โดยการประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายได้รับการจับตาจากตลาดอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้
นายชัยยศระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวขึ้นส่วนใหญ่มีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ตลาดโดยรวมยังมีลักษณะรอความชัดเจนจากการหารือระหว่างสหรัฐฯ และจีน จึงทำให้การเคลื่อนไหวของตลาดในระยะสั้นอาจไม่เกิดแรงซื้อกระจายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ สถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางราคาน้ำมัน เนื่องจากราคาพลังงานมีผลโดยตรงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ และอาจส่งผ่านไปยังทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ล่าสุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการที่ซาอุดีอาระเบียเริ่มฟื้นฟูการส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West Pipeline ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
นายชัยยศมองว่า การอ่อนตัวของราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดกังวลว่าราคาน้ำมันในระดับสูงอาจส่งผลให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีความไม่แน่นอนมากขึ้น
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายชัยยศมองว่า ช่วงปลายเดือน ก.ย.69 มีโอกาสเห็นแรงซื้อเพื่อปรับพอร์ตช่วงสิ้นไตรมาส หรือ Window Dressing เข้ามาสนับสนุนตลาด โดยเฉพาะในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มผลประกอบการดี
ขณะเดียวกัน ในช่วงปลายเดือน ก.ย. ต่อเนื่องต้นเดือน ต.ค. นักลงทุนจะเริ่มให้น้ำหนักกับการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มากขึ้น โดยกลุ่มแรกที่ตลาดจะเริ่มประเมินแนวโน้ม ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มการเงิน และกลุ่มพลังงาน ก่อนทยอยขยายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น
ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ KSS ประเมินว่ายังอาจสร้างความผันผวนต่อบรรยากาศการลงทุนเป็นบางช่วง แต่ในมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่ได้ให้น้ำหนักเป็นปัจจัยหลักต่อกลยุทธ์ตลาดในขณะนี้ โดยแนะนำติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
ด้านกลยุทธ์การลงทุน นายชัยยศแนะนำให้เน้นลงทุน รายหลักทรัพย์และรายกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยกลุ่มแรกที่ KSS ให้น้ำหนักคือ โรงพยาบาล หุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS โดย KSS คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 4,550 ล้านบาท ได้แรงสนับสนุนจากปัจจัยฤดูกาลในช่วงหน้าฝน ซึ่งจำนวนผู้เข้ารับการรักษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่เร่งตัวขึ้น ดังนั้น KSS ยังมอง BDMS เป็นหุ้นที่สามารถทยอยสะสมได้ พร้อมให้ ราคาเป้าหมาย 25 บาท
อีกกลุ่มที่ KSS มองว่าน่าสนใจคือ กลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านต้นทุนและการประเมินมูลค่าหุ้น
สำหรับหุ้นเด่น KSS แนะนำ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ให้ราคาเป้าหมาย 77 บาท รวมถึง บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ให้ราคาเป้าหมาย 61 บาท

