
“กรภัทร” มอง SET ผันผวน! น้ำมันร่วงกดหุ้นพลังงาน แนะตั้งรับ 3 หุ้นเด่น GULF-GPSC-ADVANC
“กรภัทร” บล.กรุงศรี ประเมิน SET มีโอกาสฟื้นตัวแต่ยังผันผวนในช่วงแรกของการซื้อขาย จากแรงขายหุ้นพลังงาน-เทคโนโลยี หลังราคาน้ำมันร่วงแรง แนะทยอยสะสมช่วง 1,470–1,500 จุด รับบอนด์ยีลด์ลดและโอกาสลงทุน Data Center ในไทย ชู GULF-GPSC-ADVANC หุ้นเด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 พ.ย. 2569) นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ มีความชัดเจน โดยพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของสหรัฐฯ เนื่องจากการผลักดันนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำเป็นต้องผ่านการเจรจากับสภาคองเกรสมากขึ้น
นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งยังเพิ่มโอกาสให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อ่อนตัวลงจากแรงซื้อพันธบัตร ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า เป็นปัจจัยสนับสนุนการไหลเข้าของเงินทุนสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญความผันผวนในช่วงแรกของการซื้อขาย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว แม้ผลประกอบการของหลายบริษัทจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอาจถูกขายทำกำไรระยะสั้น ก่อนที่แรงซื้อในหุ้นกลุ่มอื่นจะเข้ามาช่วยประคองดัชนี
สำหรับแนวโน้มการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ประเมินว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ หรือ Hyperscalers ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุน แต่ข้อจำกัดด้านนโยบายและกำลังการผลิตไฟฟ้าในสหรัฐฯ อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนกระจายเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้ง รวมถึงมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ค่อนข้างต่ำ
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ซึ่งจะเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าจากระบบประมวลผลและระบบทำความเย็น ประกอบกับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และภาคการผลิต อาจผลักดันให้ธุรกิจไฟฟ้าเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตระยะยาว หรือ Power Super Cycle ตั้งแต่ปลายปี 2569 จนถึงปี 2573 โดยกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ โรงไฟฟ้า ธนาคารพาณิชย์ นิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมถึงหุ้น DELTA ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบระบายความร้อน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในช่วง 1,470–1,500 จุด เป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมหุ้น เนื่องจากส่วนชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น (Equity Risk Premium) อยู่ใกล้ระดับค่าเฉลี่ยบวก 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยกลับเข้าสู่ระดับมูลค่าที่น่าสนใจ โดยนักลงทุนที่ยังไม่ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนสามารถใช้จังหวะตลาดอ่อนตัวเข้าซื้อสะสมได้
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างทยอยประกาศ มองว่ากลุ่มโรงพยาบาลมีโอกาสรายงานกำไรออกมาแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ KCE ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวอาจรายงานผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์มีโอกาสฟื้นตัวจากความกังวลด้านคุณภาพสินทรัพย์ หลังผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์สะท้อนว่าคุณภาพสินทรัพย์ไม่ได้ปรับตัวแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับทิศทาง SET วันนี้ ประเมิน แนวรับที่ระดับ 1,490 และ 1,485 จุด ส่วนแนวต้านที่ระดับ 1,515 และ 1,525 จุด โดยแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ตั้งรับในช่วงตลาดอ่อนตัว และชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานที่อ่อนไหวต่อราคาน้ำมันจนกว่าแรงขายจะเริ่มลดลง
ทั้งนี้ กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และ ICT ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่ปรับลดลง รวมถึงการขยายตัวของการลงทุน Data Center โดยหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ GULF, GPSC และ ADVANC

